ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

คำแปล คำอ่านเพลง We Don't Talk Anymore – Charlie Puth feat. Selena Gomez (เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับความหมาย และ 10 วลีน่ารู้!)

แนะนำ : กดเปิดเพลงไปด้วย ^^

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาของการเยียวยาหัวใจและมาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลกันค่ะ! วันนี้เราจะพาทุกคนมาแกะศัพท์และฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทเพลงป็อปสุดฮิตที่ฮัมตามกันได้ทั่วโลกอย่าง "We Don't Talk Anymore" ของ Charlie Puth ศิลปินหนุ่มเสียงนุ่มเสน่ห์แรง feat. Selena Gomez เพลงนี้จะพาเราจมดิ่งไปกับท่วงทำนองจังหวะสนุก ๆ แต่สวนทางกับเนื้อหาที่แสนเจ็บปวด ถ่ายทอดความรู้สึกของคนสองคนที่เคยผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง แต่ในวันนี้กลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่แม้แต่จะพูดคุยกัน

เนื้อหาของเพลงถ่ายทอดความอึดอัด ความคิดถึง และความขัดแย้งในใจหลังจากความสัมพันธ์ได้จบลง ทว่าต่างฝ่ายต่างยังไม่สามารถลบเลือนความทรงจำที่มีต่อกันได้ เป็นเพลงที่นอกจากจะติดหูและร้องตามง่ายแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยวลีสตรีทภาษาอังกฤษและโครงสร้างประโยคที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการเลิกราและการมูฟออน แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยเพื่อฝึกทักษะการฟังสำเนียงที่ถูกต้อง พร้อมแล้วมาร่วมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ 💬

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง We Don't Talk Anymore – Charlie Puth




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : We Don't Talk Anymore + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Charlie Puth (feat. Selena Gomez)
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

We don't laugh anymore
(วี โดนท์ แลฟ เอนนีมอร์)
เราไม่หัวเราะกันอีกแล้ว

What was all of it for?
(วอท วอส ออล ออฟ อิท ฟอร์)
ที่ผ่านมาคืออะไร?

Oh, we don't talk anymore
(โอ, วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
โอ้ เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

I just heard you found the one you've been looking—
(ไอ จัสท์ เฮิร์ด ยู ฟาวนด์ เธอะ วัน ยูฝ บีน ลุคคิง)
เพิ่งได้ยินว่าเธอเจอคนที่ตามหา

You've been looking for
(ยูฝ บีน ลุคคิง ฟอร์)
คนที่เธอเฝ้าตามหา

I wish I would have known that wasn't me
(ไอ วิช ไอ วูด แฮฝ โนน แธท วอสเนท์ มี)
รู้อย่างนี้ น่าจะรู้ว่าไม่ใช่ฉัน

'Cause even after all this time I still wonder
(คอส อีเฝิน อาฟเตอร์ ออล ดิส ไทม์ ไอ สติล วันเดอร์)
เพราะผ่านมาตั้งนาน ฉันยังสงสัย

Why I can't move on
(วาย ไอ แคนท์ มูฝ ออน)
ทำไมฉันยังไม่ลืมเธอ

Just the way you did so easily
(จัสท์ เธอะ เวย์ ยู ดิด โซ อีซิลี)
ไม่เหมือนเธอที่ทำง่ายดาย

Don't wanna know
(โดนท์ วอนนา โนว์)
ไม่อยากจะรับรู้

Kind of dress you're wearing tonight
(คายนด์ ออฟ เดรส ยูร์ แวริง ทูไนท์)
คืนนี้เธอใส่ชุดแบบไหน

If he's holdin' onto you so tight
(อิฟ ฮีส์ โฮลดิน ออนทู ยู โซ ไทท์)
หากเขาคนนั้นกอดเธอไว้แน่น

The way I did before
(เธอะ เวย์ ไอ ดิด บิฟอร์)
เหมือนที่ฉันเคยทำ

I overdosed
(ไอ โอเวอร์โดสต์)
ฉันรักเธอมากไป

Should've known your love was a game
(ชูดเดฝ โนว์ ยัวร์ ลัฟ วอส อะ เกม)
น่าจะรู้ว่ารักเธอคือเกม

Now I can't get you out of my brain
(นาว ไอ แคนท์ เก็ท ยู เอาท์ ออฟ มาย เบรน)
ตอนนี้สลัดเธอจากสมองไม่ได้

Oh, it's such a shame
(โอ, อิทส์ ซัช อะ เชม)
โอ้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ

That we don't talk anymore
(แธท วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
ที่เราไม่คุยกันอีกแล้ว

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

We don't laugh anymore
(วี โดนท์ แลฟ เอนนีมอร์)
เราไม่หัวเราะกันอีกแล้ว

What was all of it for?
(วอท วอส ออล ออฟ อิท ฟอร์)
ที่ผ่านมาคืออะไร?

Oh, we don't talk anymore
(โอ, วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
โอ้ เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

I just hope you're lying next to somebody
(ไอ จัสท์ โฮป ยูร์ ไลอิง เน็กส์ ทู ซัมบอดี)
ฉันแค่หวังว่าเธอนอนข้างใครคนนั้น

Who knows how to love you like me
(ฮู โนว์ส ฮาว ทู ลัฟ ยู ไลค์ มี)
คนที่รู้วิธีรักเธอเหมือนฉัน

There must be a good reason that you're gone
(แดร์ มัสท์ บี อะ กุด รีซัน แธท ยูร์ กอน)
คงมีเหตุผลดี ๆ ที่เธอไป

Every now and then I think you might want me to
(เอฝเวอรี นาว แอนด์ เด็น ไอ ธิงค์ ยู มายท์ วอนท์ มี ทู)
บางครั้งบางคราวคิดว่าเธออยากให้ฉัน

Come show up at your door
(คัม โชว์ อัพ แอต ยัวร์ ดอร์)
โผล่ไปหาที่หน้าประตู

But I'm just too afraid that I'll be wrong
(บัท ไอม์ จัสท์ ทู อะเฟรด แธท อายล์ บี รอง)
แต่ฉันกลัวเหลือเกินว่าจะคิดไปเอง

Don't wanna know
(โดนท์ วอนนา โนว์)
ไม่อยากจะรับรู้

If you're looking into her eyes
(อิฟ ยูร์ ลุคคิง อินทู เฮอร์ อายส์)
หากเธอกำลังสบตาหล่อน

If she's holdin' onto you so tight
(อิฟ ชีส์ โฮลดิน ออนทู ยู โซ ไทท์)
หากหล่อนกอดเธอไว้แน่น

The way I did before
(เธอะ เวย์ ไอ ดิด บิฟอร์)
เหมือนที่ฉันเคยทำ

I overdosed
(ไอ โอเวอร์โดสต์)
ฉันรักเธอมากไป

Should've known your love was a game
(ชูดเดฝ โนว์ ยัวร์ ลัฟ วอส อะ เกม)
น่าจะรู้ว่ารักเธอคือเกม

Now I can't get you out of my brain
(นาว ไอ แคนท์ เก็ท ยู เอาท์ ออฟ มาย เบรน)
ตอนนี้สลัดเธอจากสมองไม่ได้

Oh, it's such a shame
(โอ, อิทส์ ซัช อะ เชม)
โอ้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ

That we don't talk anymore
(แธท วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
ที่เราไม่คุยกันอีกแล้ว

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

We don't laugh anymore
(วี โดนท์ แลฟ เอนนีมอร์)
เราไม่หัวเราะกันอีกแล้ว

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

What was all of it for?
(วอท วอส ออล ออฟ อิท ฟอร์)
ที่ผ่านมาคืออะไร?

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

Oh, we don't talk anymore
(โอ, วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
โอ้ เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

Don't wanna know
(โดนท์ วอนนา โนว์)
ไม่อยากจะรับรู้

Kind of dress you're wearing tonight
(คายนด์ ออฟ เดรส ยูร์ แวริง ทูไนท์)
คืนนี้เธอใส่ชุดแบบไหน

If he's giving it to you just right
(อิฟ ฮีส์ กิฝวิ่ง อิท ทู ยู จัสท์ ไรท์)
หากเขาปรนเปรอเธอได้ดีพอ

The way I did before
(เธอะ เวย์ ไอ ดิด บิฟอร์)
เหมือนที่ฉันเคยทำ

I overdosed
(ไอ โอเวอร์โดสต์)
ฉันรักเธอมากไป

Should've known your love was a game
(ชูดเดฝ โนว์ ยัวร์ ลัฟ วอส อะ เกม)
น่าจะรู้ว่ารักเธอคือเกม

Now I can't get you out of my brain
(นาว ไอ แคนท์ เก็ท ยู เอาท์ ออฟ มาย เบรน)
ตอนนี้สลัดเธอจากสมองไม่ได้

Oh, it's such a shame
(โอ, อิทส์ ซัช อะ เชม)
โอ้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ

That we don't talk anymore
(แธท วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
ที่เราไม่คุยกันอีกแล้ว

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

We don't laugh anymore
(วี โดนท์ แลฟ เอนนีมอร์)
เราไม่หัวเราะกันอีกแล้ว

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

What was all of it for?
(วอท วอส ออล ออฟ อิท ฟอร์)
ที่ผ่านมาคืออะไร?

(we don't, we don't)
(วี โดนท์, วี โดนท์)
(เราไม่, เราไม่)

Oh, we don't talk anymore
(โอ, วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
โอ้ เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Like we used to do
(ไลค์ วี ยูสต์ ทู ดู)
เหมือนที่เคยทำ

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

Don't wanna know
(โดนท์ วอนนา โนว์)
ไม่อยากจะรับรู้

Kind of dress you're wearing tonight, oh
(คายนด์ ออฟ เดรส ยูร์ แวริง ทูไนท์, โอ)
คืนนี้เธอใส่ชุดแบบไหน, โอ้

If he's holding onto you so tight, oh
(อิฟ ฮีส์ โฮลดิน ออนทู ยู โซ ไทท์, โอ)
หากเขาคนนั้นกอดเธอไว้แน่น, โอ้

The way I did before
(เธอะ เวย์ ไอ ดิด บิฟอร์)
เหมือนที่ฉันเคยทำ

We don't talk anymore
(วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
เราไม่คุยกันอีกแล้ว

I overdosed
(ไอ โอเวอร์โดสต์)
ฉันรักเธอมากไป

Should've known your love was a game, oh
(ชูดเดฝ โนว์ ยัวร์ ลัฟ วอส อะ เกม, โอ)
น่าจะรู้ว่ารักเธอคือเกม, โอ้

Now I can't get you out of my brain, whoa
(นาว ไอ แคนท์ เก็ท ยู เอาท์ ออฟ มาย เบรน, โว)
ตอนนี้สลัดเธอจากสมองไม่ได้, โว

Oh, it's such a shame
(โอ, อิทส์ ซัช อะ เชม)
โอ้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ

That we don't talk anymore
(แธท วี โดนท์ ทอล์ค เอนนีมอร์)
ที่เราไม่คุยกันอีกแล้ว


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "We Don't Talk Anymore – Charlie Puth"

1. Used to
คำอ่าน: (ยูสต์ ทู)
ความหมาย: เคย (ทำในอดีตแต่ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว)
ตัวอย่าง: I used to stay up late every night before changing my schedule.
คำอ่านประโยค: ไอ ยูสต์ ทู สเตย์ อัพ เลท เอฝเวอรี ไนท์ บิฟอร์ เชนจิง มาย สเกดดูล
แปลไทย: ฉันเคยนอนดึกมาก ๆ ทุกคืนเลยก่อนที่จะเปลี่ยนตารางเวลาชีวิตใหม่

2. Find the one
คำอ่าน: (ฟาวนด์ เธอะ วัน)
ความหมาย: เจอคนที่ใช่ / เจอคู่แท้
ตัวอย่าง: He finally found the one he wants to spend his life with.
คำอ่านประโยค: ฮี ไฟนัลลี ฟาวนด์ เธอะ วัน ฮี วอนท์ส์ ทู สเปนด์ ฮิส ไลฟ์ วิธ
แปลไทย: ในที่สุดเขาก็ได้เจอคนที่ใช่ที่เขาอยากจะใช้ชีวิตร่วมด้วยแล้วล่ะ

3. Move on
คำอ่าน: (มูฝ ออน)
ความหมาย: ก้าวต่อไป / มูฟออน / ก้าวข้ามผ่านเรื่องราวในอดีต
ตัวอย่าง: It takes time to move on after a long relationship ends.
คำอ่านประโยค: อิท เทคส์ ไทม์ ทู มูฝ ออน อาฟเตอร์ อะ ลอง รีเลชันชิพ เอนด์ส์
แปลไทย: มันต้องใช้เวลาหน่อยนะในการมูฟออนหลังจากความสัมพันธ์ที่ยาวนานได้จบลง

4. Hold onto
คำอ่าน: (โฮลด์ ออนทู)
ความหมาย: กอดไว้ / ยึดเหนี่ยวไว้ / รักษาไว้
ตัวอย่าง: Please hold onto my bag while I go to the restroom.
คำอ่านประโยค: พลีซ โฮลด์ ออนทู มาย แบ็ก ไวล์ ไอ โก ทู เธอะ เรสท์รูม
แปลไทย: ช่วยถือกระเป๋าของฉันไว้หน่อยนะในระหว่างที่ฉันเข้าห้องน้ำ

5. Overdose
คำอ่าน: (โอเวอร์โดส)
ความหมาย: ได้รับมากเกินขนาด (ในเพลงหมายถึง คลั่งรักหรือทุ่มเทให้มากเกินไป)
ตัวอย่าง: I think I overdosed on coffee and now my heart is racing.
คำอ่านประโยค: ไอ ธิงค์ ไอ โอเวอร์โดสต์ ออน คอฟฟี แอนด์ นาว มาย ฮาร์ท อิส เรซิง
แปลไทย: ฉันคิดว่าฉันดื่มกาแฟมากเกินขนาดไปหน่อย ตอนนี้หัวใจเลยเต้นรัวเลย

6. Get someone out of one's brain
คำอยาก: (เก็ท ซัมวัน เอาท์ ออฟ วันส์ เบรน)
ความหมาย: สลัดใครบางคนออกจากสมอง / หยุดคิดถึงใครบางคนไม่ได้
ตัวอย่าง: I just can't get that catchy song out of my brain today.
คำอ่านประโยค: ไอ จัสท์ แคนท์ เก็ท แธท แคทชี ซอง เอาท์ ออฟ มาย เบรน ทูเดย์
แปลไทย: ฉันสลัดเพลงที่ติดหูเพลงนั้นออกจากสมองไม่ได้เลยจริง ๆ ในวันนี้

7. Such a shame
คำอ่าน: (ซัช อะ เชม)
ความหมาย: น่าเสียดายจัง / ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน
ตัวอย่าง: It's such a shame that the outdoor concert was canceled due to rain.
คำอ่านประโยค: อิทส์ ซัช อะ เชม แธท ดิ เอาท์ดอร์ คอนเสิร์ต วอส แคนเซิลด์ ดู ทู เรน
แปลไทย: น่าเสียดายจังเลยนะที่คอนเสิร์ตกลางแจ้งต้องถูกยกเลิกไปเพราะฝนตก

8. Lying next to
คำอ่าน: (ไลอิง เน็กส์ ทู)
ความหมาย: นอนอยู่ข้าง ๆ
ตัวอย่าง: My cat loves lying next to me while I am working on my laptop.
คำอ่านประโยค: มาย แคท ลัฝส์ ไลอิง เน็กส์ ทู มี ไวล์ ไอ แอม เวิร์คคิง ออน มาย แล็ปท็อป
แปลไทย: แมวของฉันชอบมานอนอยู่ข้าง ๆ เวลาที่ฉันกำลังนั่งทำงานบนโน้ตบุ๊ก

9. Every now and then
คำอ่าน: (เอฝเวอรี นาว แอนด์ เด็น)
ความหมาย: บางครั้งบางคราว / เป็นครั้งคราว
ตัวอย่าง: Every now and then, I like to visit a quiet cafe to read books.
คำอ่านประโยค: เอฝเวอรี นาว แอนด์ เด็น, ไอ ไลค์ ทู ฝิสิท อะ ควายเอ็ท คาเฟ่ ทู รีด บุ๊คส์
แปลไทย: บางครั้งบางคราว ฉันก็ชอบแวะไปนั่งที่คาเฟ่เงียบ ๆ เพื่ออ่านหนังสือ

10. Show up
คำอ่าน: (โฮว์ อัพ)
ความหมาย: ปรากฏตัว / มาถึง / โผล่มา
ตัวอย่าง: He didn't show up for the meeting because he missed the train.
คำอ่านประโยค: ฮี ดิดเนท์ โชว์ อัพ ฟอร์ เธอะ มีททิง บิคอส ฮี มิสต์ เธอะ เทรน
แปลไทย: เขาไม่ได้ปรากฏตัวในที่ประชุมเพราะว่าเขาขึ้นรถไฟไม่ทัน

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "We Don't Talk Anymore – Charlie Puth"

"We Don't Talk Anymore" บอกเล่าถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคู่รักที่เลิกรากันไป แต่หัวใจยังคงติดอยู่กับความทรงจำเดิม ๆ จนกลายเป็นความเงียบงันที่แสนทรมาน

เนื้อหาของเพลงสะท้อนมุมมองของทั้งสองฝ่ายหลังจบความสัมพันธ์ โดยฝ่ายชายรับรู้ว่าเธอมูฟออนไปเจอคนใหม่แล้ว (found the one you've been looking for) แต่ตัวเองกลับยังคงจมปลักและเกิดคำถามในใจว่าเหตุใดตนเองจึงไม่สามารถก้าวข้ามอดีตได้ง่ายดายเหมือนเธอ ความคิดฟุ้งซ่านเกิดขึ้นเมื่อจินตนาการถึงคนใหม่ของเธอ (If he's holdin' onto you so tight) และยอมรับว่าอดีตตนเองเคยรักและทุ่มเทให้มากเกินไปจนเหมือนการเสพติด (I overdosed) ขณะเดียวกัน ฝ่ายหญิงก็ตกอยู่ในห้วงความคิดไม่ต่างกัน เธอยังแอบหวังลึก ๆ ให้เขาโผล่มาหา (Come show up at your door) ทว่าความกลัวและความหยิ่งในศักดิ์ศรีทำให้เลือกที่จะเงียบไว้

แก่นของเพลงขยี้ความอึดอัดผ่านท่อนซ้ำ "We Don't Talk Anymore" เพื่อชี้ให้เห็นว่าสัญญะของความสัมพันธ์ที่ล่มสลายอย่างสมบูรณ์ไม่ใช่การทะเลาะเบาะแว้ง แต่คือ "การไม่พูดคุยกันอีกต่อไป" การที่คนสองคนเคยหัวเราะร่วมกัน (We don't laugh anymore) กลับต้องกลายมาเป็นคนแปลกหน้าชวนให้ตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความผูกพันอันมากมายที่เคยสร้างร่วมกันมานั้น มันเกิดขึ้นมาเพื่ออะไรกันแน่


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "We Don't Talk Anymore" ของ Charlie Puth และ Selena Gomez ถ่ายทอดความจริงอันเจ็บปวดของชีวิตรักได้อย่างสัจธรรมว่า “บางครั้ง จุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์ก็ไม่ได้จบลงด้วยเสียงร้องไห้ แต่จบลงด้วยความเงียบงันที่ไม่มีใครกล้าทำลายกำแพง” การเรียนรู้ที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงและการเฝ้ามองคนที่เคยรักก้าวเดินต่อไปในเส้นทางใหม่ แม้จะยากลำบากและต้องใช้เวลาในการเยียวยาจิตใจ แต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เราเติบโตขึ้น หวังว่าทุกคนจะเข้าใจความหมายของเพลงนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้เก็บเกี่ยวคำศัพท์ดี ๆ ไปฝึกใช้กันนะคะ 🌸

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: