ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560

คำแปล คำอ่านเพลง Call It What You Want – Taylor Swift (ความหมาย เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับ 10 วลีน่ารู้!)

แนะนำ :
 กดเปิดเพลงไปด้วย ^^

เมื่อโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า แต่กลับมีใครคนหนึ่งที่โอบกอดเราไว้ด้วยความอบอุ่น มาร่วมเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลกันเถอะ วันนี้เราจะพาทุกคนมาแกะศัพท์และฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทเพลงสุดละมุนอย่าง "Call It What You Want" ของ Taylor Swift บทเพลงที่ถ่ายทอดช่วงเวลาที่ชีวิตต้องเผชิญกับมรสุมดราม่าและการถูกตราหน้าจากสังคม แต่สุดท้ายก็พบความสงบและชื่นฉ่ำใจในความรักที่แท้จริง 🍂✨

เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงการปล่อยวางต่อเสียงนินทาและเรื่องโกหกพกลมรอบตัว เพราะสิ่งเดียวที่มีความหมายคือคนข้าง ๆ ที่รู้จักเราดีที่สุด เพลงนี้อัดแน่นไปด้วยการเปรียบเปรยและสำนวนภาษาอังกฤษที่สะท้อนการฟื้นฟูจิตใจและความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยเพื่อฝึกทักษะการฟังสำเนียงและเข้าใจอารมณ์เพลงอย่างลึกซึ้ง 🎧

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง Call It What You Want – Taylor Swift




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : Call It What You Want + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Taylor Swift
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

My castle crumbled overnight
(มาย แคสเซิล ครัมเบิลด์ โอเวอร์ไนท์)
ปราสาทของฉันพังทลายในชั่วข้ามคืน

I brought a knife to a gunfight
(ไอ บรอท อะ ไนฟ์ ทู อะ กันไฟท์)
ฉันพกมีดไปลุยในสงครามปืน

They took the crown but it's alright
(เดย์ ทุค เธอะ คราวน์ บัท อิทส์ ออลไรท์)
พวกเขายึดมงกุฎไปแต่ก็ไม่เป็นไรหรอก

All the liars are calling me one
(ออล เธอะ ไลเออร์ซ อาร์ คอลลิง มี วัน)
พวกคนลวงโลกต่างก็ตราหน้าว่าฉันเป็นพวกเดียวกัน

Nobody's heard from me for months
(โนบอดีส์ เฮิร์ด ฟรอม มี ฟอร์ มันธ์ส)
ไม่มีใครได้ข่าวคราวจากฉันมาเป็นเดือน ๆ

I'm doing better than I ever was
(ไอม์ ดูอิง เบทเทอร์ แธน ไอ เอเวอร์ วอส)
แต่ฉันกลับสบายดีกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก

'Cause
(คอซ)
เพราะว่า

My baby's fit like a daydream
(มาย เบบีส์ ฟิต ไลค์ อะ เดย์ดรีม)
พ่อทูนหัวของฉันช่างเพียบพร้อมราวกับฝันกลางวัน

Walking with his head down
(วอล์คคิง วิธ ฮิซ เฮด เดาน์)
ก้าวเดินมาด้วยการก้มหัวหลบผู้คน

I'm the one he's walking to
(ไอม์ เธอะ วัน ฮีส์ วอล์คคิง ทู)
และฉันคือคนเดียวที่เขาเดินตรงเข้าหา

So call it what you want, yeah
(โซ คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want to
(คอล อิท วอท ยู วอนท์ ทู)
อยากจะเรียกอย่างไรก็เอาที่สบายใจ

My baby's fly like a jet stream
(มาย เบบีส์ ฟลาย ไลค์ อะ เจ็ท สตรีม)
คนดีของฉันล่องลอยเหนือชั้นราวกับกระแสลมกรด

High above the whole scene
(ไฮ อะบัฝ เธอะ โฮล ซีน)
อยู่สูงเด่นเหนือเรื่องดราม่าทั้งปวง

Loves me like I'm brand new
(ลัฝส์ มี ไลค์ ไอม์ แบรนด์ นิว)
รักฉันราวกับฉันเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยแปดเปื้อน

So call it what you want, yeah
(โซ คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want to
(คอล อิท วอท ยู วอนท์ ทู)
อยากจะเรียกอย่างไรก็เอาที่สบายใจ

All my flowers grew back as thorns
(ออล มาย ฟลาวเวอร์ซ กรู แบ็ค แอซ ธอร์นส์)
ดอกไม้ทั้งหมดของฉันงอกเงยกลับมาเป็นขวากหนาม

Windows boarded up after the storm
(วินโดว์ส บอร์ดเดด อัพ อาฟเทอร์ เธอะ สตอร์ม)
หน้าต่างทุกบานต้องเอาไม้ตอกปิดตายหลังพายุผ่านไป

He built a fire just to keep me warm
(ฮี บิลท์ อะ ฟายเออร์ จัสท์ ทู คีพ มี วอร์ม)
แต่เขากลับก่อกองไฟเพียงเพื่อให้ฉันได้อบอุ่น

All the drama queens taking swings
(ออล เธอะ ดรามา ควีนส์ เทคคิง สวิงส์)
พวกตัวแม่ดราม่าต่างพากันโจมตีใส่ร้าย

All the jokers dressing up as kings
(ออล เธอะ โจคเกอร์ซ เดรสซิง อัพ แอซ คิงส์)
พวกตัวตลกพยายามแต่งตัวเลียนแบบราชา

They fade to nothing when I look at him
(เดย์ เฟด ทู นัธธิง เวน ไอ ลุค แอท ฮิม)
พวกนั้นก็สลายหายไปทันทีเมื่อฉันมองหน้าเขา

And I know I make the same mistakes every time
(แอนด์ ไอ โนว์ ไอ เมค เธอะ เซม มิสเทคส์ เอฝรี ไทม์)
และฉันรู้ดีว่าตัวเองทำผิดพลาดซ้ำ ๆ อยู่เรื่อยมา

Bridges burn, I never learn
(บริดเจส เบิร์น, ไอ เนฝเวอร์ เลิร์น)
ตัดสัมพันธ์กับผู้คน และไม่เคยจำบทเรียน

At least I did one thing right
(แอท ลีสต์ ไอ ดิด วัน ธิง ไรท์)
แต่อย่างน้อยฉันก็ทำถูกต้องอยู่เรื่องหนึ่งนะ

I did one thing right
(ไอ ดิด วัน ธิง ไรท์)
ฉันทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่เรื่องหนึ่งจริง ๆ

I'm laughing with my lover
(ไอม์ ลาฟฟิง วิธ มาย ลัฝเวอร์)
ฉันกำลังหัวเราะร่าอยู่กับคนรักของฉัน

Making forts under covers
(เมคคิง ฟอร์ตส์ อันเดอร์ คัฝเวอร์ซ)
สร้างป้อมปราการซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยกัน

Trust him like a brother
(ทรัสต์ ฮิม ไลค์ อะ บราเธอร์)
ไว้ใจเขามากมายสนิทใจเหมือนพี่น้อง

Yeah, you know I did one thing right
(เย่, ยู โนว์ ไอ ดิด วัน ธิง ไรท์)
ใช่ เธอก็รู้ว่าฉันทำถูกอยู่เรื่องหนึ่ง

Starry eyes sparking up my darkest night
(สตาร์รี อายส์ สปาร์คคิง อัพ มาย ดาร์คเคสต์ ไนท์)
แววตาเป็นประกายคู่นั้นช่วยจุดไฟในคืนที่มืดมิดที่สุดของฉัน

My baby's fit like a daydream
(มาย เบบีส์ ฟิต ไลค์ อะ เดย์ดรีม)
พ่อทูนหัวของฉันช่างเพียบพร้อมราวกับฝันกลางวัน

Walking with his head down
(วอล์คคิง วิธ ฮิซ เฮด เดาน์)
ก้าวเดินมาด้วยการก้มหัวหลบผู้คน

I'm the one he's walking to
(ไอม์ เธอะ วัน ฮีส์ วอล์คคิง ทู)
และฉันคือคนเดียวที่เขาเดินตรงเข้าหา

So call it what you want, yeah
(โซ คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want to
(คอล อิท วอท ยู วอนท์ ทู)
อยากจะเรียกอย่างไรก็เอาที่สบายใจ

My baby's fly like a jet stream
(มาย เบบีส์ ฟลาย ไลค์ อะ เจ็ท สตรีม)
คนดีของฉันล่องลอยเหนือชั้นราวกับกระแสลมกรด

High above the whole scene
(ไฮ อะบัฝ เธอะ โฮล ซีน)
อยู่สูงเด่นเหนือเรื่องดราม่าทั้งปวง

Loves me like I'm brand new
(ลัฝส์ มี ไลค์ ไอม์ แบรนด์ นิว)
รักฉันราวกับฉันเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยแปดเปื้อน

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

So call it what you want, yeah
(โซ คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want to
(คอล อิท วอท ยู วอนท์ ทู)
อยากจะเรียกอย่างไรก็เอาที่สบายใจ

I want to wear his initial on a chain 'round my neck
(ไอ วอนท์ ทู แวร์ ฮิซ อินิเชียล ออน อะ เชน ราวนด์ มาย เน็ค)
ฉันอยากสวมสร้อยคอที่มีอักษรย่อชื่อของเขาไว้รอบคอ

Chain 'round my neck
(เชน ราวนด์ มาย เน็ค)
คล้องสร้อยไว้รอบคอของฉัน

Not because he owns me
(น็อท บิคอส ฮี โอนส์ มี)
ไม่ใช่เพราะว่าเขาแสดงความเป็นเจ้าของในตัวฉัน

But 'cause he really knows me
(บัท คอซ ฮี เรียลลี โนว์ส มี)
แต่เป็นเพราะเขาเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของฉันต่างหาก

Which is more than they can say, I
(วิช อิซ มอร์ แธน เดย์ แคน เซย์, ไอ)
ซึ่งมันมีค่ามากกว่าสิ่งใดที่คนพวกนั้นจะพูดถึงฉันซะอีก

I recall late November, holding my breath
(ไอ รีคอล เลท โนเฝมเบอร์, โฮลดิง มาย เบร็ธ)
ฉันยังจำบรรยากาศปลายเดือนพฤศจิกายนตอนกลั้นหายใจลุ้นได้ดี

Slowly I said, "You don't need to save me
(สโลว์ลี ไอ เซด, ยู โดนท์ นีด ทู เซฝ มี)
ฉันค่อย ๆ เอ่ยปากว่า "เธอไม่จำเป็นต้องมาช่วยชีวิตฉันหรอกนะ

But would you run away with me?"
(บัท วูด ยู รัน อะเวย์ วิธ มี)
แต่เธอจะยอมหนีไปสร้างโลกของเราด้วยกันไหม"

Yes (would you run away?)
(เยส - วูด ยู รัน อะเวย์)
ใช่เลย (เธอจะยอมหนีไปด้วยกันไหม)

My baby's fit like a daydream
(มาย เบบีส์ ฟิต ไลค์ อะ เดย์ดรีม)
พ่อทูนหัวของฉันช่างเพียบพร้อมราวกับฝันกลางวัน

Walking with his head down
(วอล์คคิง วิธ ฮิซ เฮด เดาน์)
ก้าวเดินมาด้วยการก้มหัวหลบผู้คน

I'm the one he's walking to
(ไอม์ เธอะ วัน ฮีส์ วอล์คคิง ทู)
และฉันคือคนเดียวที่เขาเดินตรงเข้าหา

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

So call it what you want, yeah
(โซ คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want to
(คอล อิท วอท ยู วอนท์ ทู)
อยากจะเรียกอย่างไรก็เอาที่สบายใจ

My baby's fly like a jet stream
(มาย เบบีส์ ฟลาย ไลค์ อะ เจ็ท สตรีม)
คนดีของฉันล่องลอยเหนือชั้นราวกับกระแสลมกรด

High above the whole scene
(ไฮ อะบัฝ เธอะ โฮล ซีน)
อยู่สูงเด่นเหนือเรื่องดราม่าทั้งปวง

Loves me like I'm brand new
(ลัฝส์ มี ไลค์ ไอม์ แบรนด์ นิว)
รักฉันราวกับฉันเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยแปดเปื้อน

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

So call it what you want, yeah
(โซ คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want to
(คอล อิท วอท ยู วอนท์ ทู)
อยากจะเรียกอย่างไรก็เอาที่สบายใจ

(Call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(จะเรียกอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เถอะ)

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

(Call it what you want, call it what you want, call it)
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท วอท ยู วอนท์, คอล อิท)
(เรียกมันว่าอะไรก็ช่าง จะเรียกอะไรก็เรียกไป)

Call it what you want, yeah
(คอล อิท วอท ยู วอนท์, เย่)
งั้นใครจะเรียกมันว่าอะไรก็ช่างเถอะ

Call it what you want
(คอล อิท วอท ยู วอนท์)
จะเรียกมันว่าอะไรก็ตามใจ

To
(ทู)
เถอะ


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "Call It What You Want – Taylor Swift"

1. Crumble overnight
คำอ่าน: (ครัมเบิล โอเวอร์ไนท์)
ความหมาย: พังทลายลงในชั่วข้ามคืน / ล่มสลายอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่าง: Their online business website crumbled overnight due to a major server error.
คำอ่านประโยค: แดร์ ออนไลน์ บิสเนส เว็บไซต์ ครัมเบิลด์ โอเวอร์ไนท์ ดู ทู อะ เมเจอร์ เซอร์เวอร์ เออร์เรอร์
แปลไทย: เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของพวกเขาพังทลายลงในชั่วข้ามคืนเนื่องจากระบบเซิร์ฟเวอร์ขัดข้องครั้งใหญ่

2. Bring a knife to a gunfight
คำอ่าน: (บริง อะ ไนฟ์ ทู อะ กันไฟท์)
ความหมาย: เสียเปรียบอย่างมาก / ไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์หรือปัญหาที่รุนแรง
ตัวอย่าง: Entering the professional esports tournament without practice is like bringing a knife to a gunfight.
คำอ่านประโยค: เอนเทอริง เธอะ พร็อเฟสชันนัล อีสปอร์ตส์ ทัวร์นาเมนท์ วิธเอาท์ แพรคทิส อิซ ไลค์ บริงอิง อะ ไนฟ์ ทู อะ กันไฟท์
แปลไทย: การลงแข่งขันทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตระดับมืออาชีพโดยไม่ได้ฝึกซ้อมเลยก็เหมือนกับการเอาตัวไปเสียเปรียบอย่างมาก

3. Do better than ever
คำอ่าน: (ดู เบทเทอร์ แธน เอฝเวอร์)
ความหมาย: สบายดีหรือมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาในอดีต
ตัวอย่าง: After leaving that stressful job, she is doing better than she ever was.
คำอ่านประโยค: อาฟเทอร์ ลีฝวิง แธท สเตรสฟูล จ็อบ, ชี อิซ ดูอิง เบทเทอร์ แธน ชี เอฝเวอร์ วอส
แปลไทย: หลังจากลาออกจากงานที่แสนเครียดนั้น ชีวิตเธอก็ดียิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก

4. Fit like a daydream
คำอ่าน: (ฟิต ไลค์ อะ เดย์ดรีม)
ความหมาย: สมบูรณ์แบบมาก / เพียบพร้อมไร้ที่ติราวกับภาพในฝัน
ตัวอย่าง: This cozy little coffee shop in my neighborhood fits like a daydream for weekend relaxation.
คำอ่านประโยค: ดิส โคซี ลิตเติล คอฟฟี ช็อป อิน มาย เนเบอร์ฮูด ฟิตส์ ไลค์ อะ เดย์ดรีม ฟอร์ วีคเอนด์ รีแลกเซชัน
แปลไทย: ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่นในละแวกบ้านฉันร้านนี้ช่างสมบูรณ์แบบราวกับฝันสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

5. Call it what you want
คำอ่าน: (คอล อิท วอท ยู วอนท์)
ความหมาย: ใครจะเรียกหรือคิดอย่างไรก็ช่าง / เอาที่สบายใจ (ไม่สนใจคำตัดสินของคนอื่น)
ตัวอย่าง: You can call it what you want, but this simple hobby makes me really happy.
คำอ่านประโยค: ยู แคน คอล อิท วอท ยู วอนท์, บัท ดิส ซิมเปิล ฮ็อบบี เมคส์ มี เรียลลี แฮปปี
แปลไทย: เธอจะคิดอย่างไรกับมันก็ช่างเถอะ แต่งานอดิเรกง่าย ๆ นี้ทำให้ฉันมีความสุขจริง ๆ

6. High above the scene
คำอยาก: (ไฮ อะบัฝ เธอะ ซีน)
ความหมาย: อยู่เหนือสถานการณ์วุ่นวาย / ไม่ยอมเอาตัวไปพัวพันกับเรื่องดราม่ารอบข้าง
ตัวอย่าง: He prefers to stay high above the scene when his coworkers start gossiping.
คำอ่านประโยค: ฮี พรีเฟอร์ซ ทู สเตย์ ไอน์ อะบัฝ เธอะ ซีน เวน ฮิซ โคเวิร์กเกอร์ซ สตาร์ท กอสซิปปิง
แปลไทย: เขาเลือกที่จะทำตัวอยู่เหนือความวุ่นวายเวลาที่เพื่อนร่วมงานเริ่มนินทากัน

7. Brand new
คำอ่าน: (แบรนด์ นิว)
ความหมาย: ใหม่เอี่ยม / สดใหม่เหมือนเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ตัวอย่าง: A good night's sleep always makes me feel brand new in the morning.
คำอ่านประโยค: อะ กุด ไนท์ส์ สลีป ออลเวย์ส เมคส์ มี ฟีล แบรนด์ นิว อิน เธอะ มอร์นิง
แปลไทย: การได้นอนหลับเต็มอิ่มมักจะทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นเหมือนเป็นคนใหม่ในตอนเช้าเสมอ

8. Board up
คำอ่าน: (บอร์ด อัพ)
ความหมาย: เอาแผ่นไม้มาตอกปิดตาย (เพื่อป้องกันภัยหรือปิดซ่อนไว้)
ตัวอย่าง: They had to board up the shop windows before the heavy storm arrived.
คำอ่านประโยค: เดย์ แฮด ทู บอร์ด อัพ เธอะ ช็อป วินโดว์ส บิฟอร์ เธอะ เฮฝวี สตอร์ม อะไรฝด์
แปลไทย: พวกเขาต้องเอาแผ่นไม้มาตอกปิดหน้าต่างร้านเอาไว้ก่อนที่พายุรุนแรงจะมาถึง

9. Burn bridges
คำอ่าน: (เบิร์น บริดเจส)
ความหมาย: ตัดสัมพันธ์ / ตัดขาดการติดต่อกับใครบางคนแบบไม่หันหลังกลับ
ตัวอย่าง: It is usually not a good idea to burn bridges when you leave a company.
คำอ่านประโยค: อิท อิซ ยูชูอะลี น็อท อะ กุด ไอเดีย ทู เบิร์น บริดเจส เวน ยู ลีฝ อะ คัมพานี
แปลไทย: ปกติแล้วการตัดสัมพันธ์แบบไม่เผาผีเวลาที่คุณลาออกจากบริษัทมันไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่หรอกนะ

10. Hold one's breath
คำอ่าน: (โฮลด์ วันส์ เบร็ธ)
ความหมาย: กลั้นหายใจลุ้นด้วยความตื่นเต้น / รอคอยอย่างใจระทึก
ตัวอย่าง: I held my breath while waiting for the test results to appear on the screen.
คำอ่านประโยค: ไอ เฮลด์ มาย เบร็ธ ไวล์ เวตทิง ฟอร์ เธอะ เทสต์ รีซัลต์ส์ ทู อะเพียร์ ออน เธอะ สกรีน
แปลไทย: ฉันกลั้นหายใจลุ้นในขณะที่รอผลสอบประกาศขึ้นมาบนหน้าจอ

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "Call It What You Want – Taylor Swift"

เพลงนี้บอกเล่าความรู้สึกของการหลบมรสุมชีวิตมาเจอเซฟโซนที่อบอุ่นที่สุด ท่ามกลางข่าวลือ คำโกหก และการถูกสังคมหันหลังให้จนชื่อเสียงที่เคยสร้างมาพังทลายลงในพริบตา

เนื้อเพลงเปรียบเทียบความล้มเหลวว่าเหมือนปราสาทถล่มลงมา (My castle crumbled overnight) และการพยายามต่อสู้กับคนทั้งโลกด้วยตัวคนเดียวแบบเสียเปรียบสุด ๆ เหมือนพกมีดไปสู้กับปืน แต่ในความโชคร้ายนั้นกลับมีความโชคดีซ่อนอยู่ เพราะเมื่อเธอเลือกที่จะเงียบหายไปจากสื่อและปิดตายตัวเองจากโลกภายนอก เธอกลับได้พบกับความรักที่แท้จริงจากผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมมองข้ามเรื่องดราม่าทั้งหมด แล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอเพียงคนเดียว เขาช่วยชุบชูจิตใจและให้ความอบอุ่นในวันที่เธอเหน็บหนาวที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรักและยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเธอโดยไม่สนใจอดีต ราวกับเธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ (Loves me like I'm brand new) ซึ่งมันมีค่ามากกว่าการมานั่งสนใจว่าคนอื่นจะมองหรือตัดสินความสัมพันธ์นี้อย่างไร 🍂🏠

แก่นของคำว่า "Call It What You Want" จึงเป็นการประกาศจุดยืนแบบเป็นกันเองและปล่อยวางว่า "ใครอยากจะพูดหรือเรียกความรักของฉันว่าอะไรก็เชิญเลยตามสบาย" เพราะตราบใดที่เราสองคนยังหัวเราะด้วยกัน มีความสุขเล็ก ๆ ภายใต้พื้นที่ปลอดภัยของเรา และเชื่อใจกันและกันอย่างที่สุด สิ่งอื่น ๆ นอกบ้านก็เป็นแค่เสียงนกเสียงกาที่ไม่มีผลอะไรกับใจอีกต่อไป 🌟🔒


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "Call It What You Want" ของ Taylor Swift สอนให้เราเห็นสัจธรรมชีวิตอย่างหนึ่งว่าในวันที่ทุกอย่างรอบตัวพังทลาย คนที่ยังคงอยู่เคียงข้างและพร้อมโอบกอดเราด้วยความจริงใจต่างหากคือสิ่งที่มีค่าที่สุด การปล่อยวางจากเสียงวิจารณ์ของคนที่ไม่รู้จักเรา แล้วหันมาใส่ใจคนที่รักเราจริง ๆ จะช่วยสร้างป้อมปราการทางใจที่แข็งแกร่งได้เสมอ หวังว่าจะได้ทั้งพลังบวกและคำศัพท์ดี ๆ ไปฝึกใช้กันในชีวิตประจำวันนะคะ 🌸

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: