ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

คำแปล คำอ่านเพลง Light Switch – Charlie Puth (เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับความหมาย และ 10 วลีน่ารู้!)

เพลง "Light Switch" ของหนุ่ม Charlie Puth ที่มาในแนวเพลงสไตล์นีโอดิสโก้และพ็อปฟังก์ (Pop-Funk) พร้อมจังหวะซินธ์เบสหนึบ ๆ หนัก ๆ แสนเด้งดึ๋งอันเป็นเอกลักษณ์

มูดของเพลงนี้เต็มไปด้วยความขี้เล่น เซ็กซี่ และพลังงานความสดใส แต่เนื้อหาข้างในกลับเป็นแนวประชดประชันตัวเองเบา ๆ ในเรื่องของความสัมพันธ์แบบสับสน (Situationship) ที่ต่อให้พยายามฝืนใจมูฟออนและตั้งใจจะเดินหนีไปสักกี่ครั้ง แต่เพียงแค่อีกฝ่ายขยับตัวส่งสัญญาณนิดเดียว อารมณ์ความต้องการก็พุ่งพล่านกลับไปหาเธอทันที ตัวเพลงไม่มีความฟูมฟายเศร้าโศก แต่เต็มไปด้วยความจำยอมในความน่ารักปนดื้อของฝั่งนั้น ถือเป็นเพลงฟังสนุกบีทชวนโยกที่ช่วยกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าได้ดีมาก ๆ ค่ะ

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง Light Switch – Charlie Puth




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : Light Switch + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Charlie Puth
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

Why you callin' at 11:30
(วาย ยู คอลิน แอ็ท เออะเลเวิ่น เตอธฺที)
โทรมาทำไมตอนห้าทุ่มครึ่ง

When you only wanna do me dirty?
(เวน ยู โอนลี วอนนา ดู มี เดอรฺที?)
ทั้งที่แค่อยากจะปั่นหัวฉันเล่น?

But I hit right back
(บัท อาย ฮิต ไรทฺ แบ็ค)
แต่ฉันก็ตอบเธอกลับไปทันที

'Cause you got that-that, yeah
(คอส ยู ก็อท แด็ท-แด็ท, เยีย)
เพราะเธอมีเสน่ห์เหลือร้ายแบบนั้นไง

Why you always wanna act like lovers
(วาย ยู ออเวซฺ วอนนา แอ็คทฺ ไลคฺ ลัฟเฟอรฺซ)
ทำไมชอบทำตัวเหมือนเป็นคนรักกัน

But you never wanna be each others'?
(บัท ยู เนเฟอรฺ วอนนา บี อีช ชาเตอรฺซ?)
แต่ไม่เคยคิดจะคบกันจริง ๆ สักที?

I say, "Don't look back"
(อาย เซ "โดนทฺ ลุค แบ็ค")
ฉันบอกตัวเองว่า "อย่าหันหลังกลับไป"

But I go right back and
(บัท อาย โก ไรทฺ แบ็ค แอนดฺ)
แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปหาเธอ

All the sudden, I'm hypnotized
(ออล เดอะ ซัดเดื่น, อายมฺ ฮิปเนอะไทซฺด)
อยู่ ๆ ตัวฉันก็เหมือนโดนสะกดจิต

You're the one that I can't deny
(ยอรฺ เดอะ วัน แด็ท อาย แค็นทฺ ดินาย)
เธอคือคนเดียวที่ฉันปฏิเสธไม่ได้เลย

Every time that I say I'm gonna walk away
(เอฟวรี ไทมฺ แด็ท อาย เซ อายมฺ กอนนา วอค กะเว)
ในทุก ๆ ครั้งที่ฉันบอกว่าจะเดินหนีไป

You turn me on like a light switch
(ยู เทิรฺน มี ออน ไล กะ ไลทฺ สวิตชฺ)
เธอเปิดสวิตช์อารมณ์ฉันง่ายเหมือนเปิดไฟ

When you're movin' your body around and around
(เวน ยอรฺ มูฟวิน ยอรฺ บอดี อะراวนฺ แดน ดะราวนฺดฺ)
ยามที่เธอเคลื่อนไหวโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา

Now, I don't wanna fight this (No)
(นาว, อาย โดนทฺ วอนนา ไฟทฺ ดิส (โน))
ตอนนี้ฉันไม่อยากจะฝืนฝืนใจมันแล้ว

You know how to just make me want
(ยู โน ฮาว ทู จัสทฺ เม็ค มี ว็อนทฺ)
เธอรู้ดีว่าจะทำให้ฉันต้องการเธอได้อย่างไร

You turn me on like a light switch
(ยู เทิรฺน มี ออน ไล กะ ไลทฺ สวิทชฺ)
เธอเปิดสวิตช์อารมณ์ฉันง่ายเหมือนเปิดไฟ

When you're movin' your body around and around
(เวน ยอรฺ มูฟวิน ยอรฺ บอดี อะราวนฺ แดน ดะราวนฺด)
ยามที่เธอเคลื่อนไหวโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา

You got me in a tight grip (Yeah)
(ยู ก็อท มี อิน อะ ไทท์ กริพ (เยีย))
เธอควบคุมฉันไว้ได้อยู่หมัดเลยล่ะ

You know how to just make me want you, baby
(ยู โน ฮาว ทู จัสทฺ เม็ค มี ว็อนทฺ ยู, เบบี)
เธอรู้ดีว่าจะทำให้ฉันโหยหาเธออย่างไร ที่รัก

Do you love it when you keep me guessin' (Me guessin')
(ดู ยู ลัฟ วิท เวน ยู คีพ มี เกสซิน (มี เกสซิน))
ชอบนักใช่ไหมที่ทำให้ฉันต้องคอยเดาทาง

When you're leaving then you leave me stressin'? (Me stressin')
(เวน ยอรฺ ลีฟวิง เดน ยู ลีฟวฺ มี สเตรสซิน (มี สเตรสซิน))
ยามที่เธอเดินจากไปทิ้งให้ฉันต้องนั่งเครียด?

But I can't stay mad when you walk like that, no
(บัท อาย โดนทฺ สเต แมด เวน ยู วอค ไลคฺ แด็ท, โน)
แต่ฉันโกรธไม่ลงจริง ๆ ยามเธอเดินท่าทางแบบนั้น

Why you always wanna act like lovers?
(วาย ยู ออเวซฺ วอนนา แอคทฺ ไลคฺ ลัฟเวอรฺซ?)
ทำไมชอบทำตัวเหมือนเป็นคนรักกัน

But you never wanna be each others'
(บัท ยู เนเฟอรฺ วอนนา บี อีช ชะเตอรฺซ)
แต่ไม่เคยคิดจะคบกันจริง ๆ สักที

I say, "Don't look back"
(อาย เซ "โดนทฺ ลุค แบ็ค")
ฉันบอกตัวเองว่า "อย่าหันหลังกลับไป"

But I go right back and
(บัท อาย โก ไรทฺ แบ็ค แอนดฺ)
แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปหาเธอ

All the sudden, I'm hypnotized
(ออล เดอะ ซัดเดื่น, อายมฺ ฮิปเนอะไทซฺด)
อยู่ ๆ ตัวฉันก็เหมือนโดนสะกดจิต

You're the one that I can't deny
(ยอรฺ เดอะ วัน แด็ท อาย แค็นทฺ ดินาย)
เธอคือคนเดียวที่ฉันปฏิเสธไม่ได้เลย

Every time that I say I'm gonna walk away
(เอฟวรี ไทมฺ แด็ท อาย เซ อายมฺ กอนนา วอค กะเว)
ในทุก ๆ ครั้งที่ฉันบอกว่าจะเดินหนีไป

(Chorus Repeat)

Come on, come on, come on, come on,
(คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน)
มาเถอะ เอาเลย เข้ามาเลย

come on and show me how you do (You do)
(คัม ออน แอนดฺ โช มี อาว ยู ดู (ยู ดู))
เข้ามาแสดงฝีมือให้ฉันเห็นหน่อยสิ

You want, you want, you want, you want,
(ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ)
เธอต้องการ เธอตั้งใจอยู่แล้ว

you wanna keep me wantin' you (Me wantin' you, girl)
(ยู วอนนา คีพ มี วอนทิน ยู (มี วอนทิน ยู เกิรฺล))
เธออยากทำให้ฉันคลั่งไคล้เธอหัวปักหัวปำ

Come on, come on, come on, come on, come on and (Hey),
(คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน แอนดฺ (เฮ))
มาเลย เข้ามาเลย จัดมาเลย

show me how you do (How you do)
(โช มี อาว ยู ดู (ฮาว ยู ดู))
แสดงให้ฉันเห็นว่าเธอเจ๋งแค่ไหน

You want, you want, you want, you want,
(ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ)
เธอต้องการ เธอตั้งใจอยู่แล้ว

you wanna keep me wantin' you
(ยู วอนนา คีพ มี วอนทิน ยู)
เธออยากทำให้ฉันคลั่งไคล้เธอไม่ยอมปล่อย

You turn me on like a light switch
(ยู เทิรฺน มี ออน ไล กะ ไลทฺ สวิตชฺ)
เธอเปิดสวิตช์อารมณ์ฉันง่ายเหมือนเปิดไฟ

When you're movin' your body around and around
(เวน ยอรฺ มูฟวิน ยอรฺ บอดี อะราวนฺ แดน ดะราวนฺดฺ)
ยามที่เธอเคลื่อนไหวโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา

Now, I don't wanna fight this
(นาว, อาย โดนทฺ วอนนา ไฟทฺ ดิส)
ตอนนี้ฉันไม่อยากจะฝืนฝืนใจมันแล้ว

You know how to just make me want to
(ยู โน ฮาว ทู จัสทฺ เม็ค มี ว็อนทฺ ทู)
เธอรู้ดีว่าทำยังไงให้ฉันต้องการเธอ

You turn me on like a light switch
(ยู เทิรฺน มี ออน ไล กะ ไลทฺ สวิทชฺ)
เธอเปิดสวิตช์อารมณ์ฉันง่ายเหมือนเปิดไฟ

When you're movin' your body around and around
(เวน ยอรฺ มูฟวิน ยอรฺ บอดี อะราวนฺ แดน ดะราวนฺด)
ยามที่เธอเคลื่อนไหวโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา

You got me in a tight grip
(ยู ก็อท มี อิน อะ ไทท์ กริพ)
เธอควบคุมฉันไว้ได้อยู่หมัดเลยล่ะ

You know how to just make me want you, baby
(ยู โน ฮาว ทู จัสทฺ เม็ค มี ว็อนทฺ ยู, เบบี)
เธอรู้ดีว่าจะทำให้ฉันโหยหาเธออย่างไร ที่รัก

Come on, come on, come on, come on,
(คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน)
มาเถอะ เอาเลย เข้ามาเลย

come on and show me how you do (How you do)
(คัม ออน แอนดฺ โช มี อาว ยู ดู (ฮาว ยู ดู))
เข้ามาแสดงฝีมือให้ฉันเห็นหน่อยสิ

You want, you want, you want, you want,
(ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ)
เธอต้องการ เธอตั้งใจอยู่แล้ว

you wanna keep me wantin' you (Wanna keep me wantin' you, baby)
(ยู วอนนา คีพ มี วอนทิน ยู (ยู วอนนา คีพ มี วอนทิน ยู, เบบี))
เธออยากทำให้ฉันคลั่งไคล้เธอหัวปักหัวปำ

Come on, come on, come on, come on,
(คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน, คัม ออน)
มาเลย เข้ามาเลย จัดมาเลย

come on and show me how you do (You do)
(คัม ออน แอนดฺ โช มี อาว ยู ดู (ยู ดู))
แสดงให้ฉันเห็นว่าเธอเจ๋งแค่ไหน

You want, you want, you want, you want,
(ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ, ยู วอนทฺ)
เธอต้องการ เธอตั้งใจอยู่แล้ว

you wanna keep me wantin' you
(ยู วอนนา คีพ มี วอนทิน ยู)
เธออยากทำให้ฉันคลั่งไคล้เธอไม่ยอมปล่อย


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "Light Switch – Charlie Puth"

1. Do me dirty 
คำอ่าน: (ดู มี เดอร์-ที)
ความหมาย: ปั่นหัวฉันเล่น / หักหลัง / ปฏิบัติต่อกันอย่างไม่ยุติธรรมและใจร้าย
ตัวอย่าง: Why do you call me only when you wanna do me dirty?
คำอ่านประโยค: วาย ดู ยู คอล มี โอน-ลี เวน ยู วอน-นา ดู มี เดอร์-ที
แปลไทย: ทำไมเธอถึงโทรหาฉันเฉพาะตอนที่เธอแค่อยากจะปั่นหัวฉันเล่นล่ะ?

2. Hit right back
คำอ่าน: (ฮิต ไรท์ แบ็ค)
ความหมาย: ตอบกลับทันที / สวนกลับทันควัน (ในเพลงหมายถึง รีบกดตอบข้อความหรือรับสายโทรศัพท์ทันที)
ตัวอย่าง: I promised myself not to text her, but I always hit right back.
คำอ่านประโยค: ไอ พรอ-มิสด์ มาย-เซลฟ์ นอท ทู เท็กซต์ เฮอร์ บัท ไอ ออล-เวย์ส ฮิต ไรท์ แบ็ค
แปลไทย: ฉันสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ส่งข้อความหาเธอ แต่ฉันก็ดันตอบกลับไปทันทีตลอดเลย

3. Act like lovers
คำอ่าน: (แอคท์ ไลค์ ลัฟ-เวอรส์)
ความหมาย: ทำตัวเหมือนเป็นคนรักกัน / ทำพฤติกรรมหวานซึ้งราวกับแฟนกัน
ตัวอย่าง: Stop trying to act like lovers when we are just design team colleagues.
คำอ่านประโยค: สต็อป ไทร-อิง ทู แอคท์ ไลค์ ลัฟ-เวอรส์ เวน วี อาร์ จัสท์ ดิ-ไซน์ ทีม คอล-ลีคส์
แปลไทย: เลิกทำตัวเหมือนเป็นคนรักกันซะทีเถอะ ในเมื่อพวกเราเป็นแค่เพื่อนร่วมทีมออกแบบด้วยกันเท่านั้น

4. Don't look back
คำอ่าน: (โดนท์ ลุค แบ็ค)
ความหมาย: อย่าหันหลังกลับไป / มุ่งหน้าต่อไป / อย่าจมปลักอยู่กับสิ่งเก่า ๆ
ตัวอย่าง: Once you update the final research layout, please don't look back.
คำอ่านประโยค: วันส์ ยู อัป-เดต เธอะ ไฟ-นัล รี-เซิร์ช เล-เอาท์ พลีซ โดนท์ ลุค แบ็ค
แปลไทย: ทันทีที่คุณอัปเดตโครงสร้างรายงานวิจัยขั้นสุดท้ายเสร็จแล้ว ได้โปรดเดินหน้าต่ออย่าหันหลังกลับมาพะวงอีกนะ

5. Hypnotized
คำอ่าน: (ฮิป-นอ-ไทซ์ด)
ความหมาย: ตกอยู่ในภวังค์ / เหมือนโดนสะกดจิต / หลงเสน่ห์จนหัวปักหัวปำ
ตัวอย่าง: The little orange tabby cat hypnotized me with its big round eyes.
คำอ่านประโยค: เธอะ ลิต-เติ้ล ออ-เรนจ์ แถบ-บี แคท ฮิป-นอ-ไทซ์ด มี วิธ อิตส์ บิก ราวนด์ อายส์
แปลไทย: เจ้าน้องแมวส้มตัวน้อยสะกดจิตฉันจนอยู่หมัดด้วยดวงตากลมโตคู่นั้นของมัน

6. Can't deny
คำอ่าน: (แคนท์ ดิ-นาย)
ความหมาย: ปฏิเสธไม่ได้ / ยอมรับอย่างจำนนร้อยเปอร์เซ็นต์
ตัวอย่าง: We can't deny that this workflow constraint needs to be fixed immediately.
คำอ่านประโยค: วี แคนท์ ดิ-นาย แธท ดิส เวิร์ก-โฟล คอน-สเตรนท์ นีดส์ ทู บี ฟิกสด์ อิม-มี-เดียต-ลี
แปลไทย: พวกเราปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าข้อจำกัดของระบบขั้นตอนการทำงานนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน

7. Turn me on
คำอ่าน: (เทิร์น มี ออน)
ความหมาย: เปิดสวิตช์อารมณ์ / ปลุกเร้าความรู้สึกดึงดูดใจ / ทำให้รู้สึกตื่นเต้นพึงพอใจ
ตัวอย่าง: Beautiful traditional Lanna crafts always turn me on.
คำอ่านประโยค: บิว-ติ-ฟูล ทระ-ดิ-ชัน-นัล ล้าน-นา คราฟท์ส์ ออล-เวย์ส เทิร์น มี ออน
แปลไทย: งานหัตถกรรมล้านนาโบราณที่แสนงดงามมักจะปลุกเร้าความสนใจและเปิดสวิตช์ความชอบของฉันได้เสมอ

8. In a tight grip
คำอ่าน: (อิน อะ ไทท์ กริพ)
ความหมาย: ควบคุมไว้ได้อยู่หมัด / ตกอยู่ภายใต้การใช้อำนาจควบคุมอย่างแน่นหนา
ตัวอย่าง: His unstable leadership style kept the whole center in a tight grip.
คำอ่านประโยค: ฮิส อัน-สเต-เบิล ลีด-เดอะ-ชิป สไตล์ เคปท์ เธอะ โฮล เซน-เตอะ อิน อะ ไทท์ กริพ
แปลไทย: รูปแบบความเป็นผู้นำที่ไม่มั่นคงของเขาทำให้ทั้งศูนย์แห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างตึงเครียดอยู่หมัด

9. Keep me guessin' (Keep someone guessing)
คำอ่าน: (คีพ มี เกส-ซิง)
ความหมาย: ปล่อยให้ฉันต้องคอยเดาทาง / ปล่อยให้สับสนงุนงงไม่บอกความจริงชัดเจน
ตัวอย่าง: Don't keep me guessin' about the registration plan; tell me the truth.
คำอ่านประโยค: โดนท์ คีพ มี เกส-ซิง อะ-เบาท์ เธอะ เรด-จิส-เตร-ชัน แพลน เทล มี เธอะ ทรูธ
แปลไทย: อย่าปล่อยให้ฉันต้องคอยนั่งเดาทางเกี่ยวกับแผนการลงทะเบียนอยู่เลย บอกความจริงฉันมาเถอะ

10. Leave me stressin' (Leave someone stressing)
คำอ่าน: (ลีฟ มี สเตรส-ซิง)
ความหมาย: ทิ้งให้ฉันต้องนั่งเครียด / ปล่อยให้กระวนกระวายใจอยู่ฝ่ายเดียว
ตัวอย่าง: Writing a master's thesis as a night owl always leaves me stressin'.
คำอ่านประโยค: ไรท์-กิง อะ มาส-เตอรส์ ที-ซิส แอส อะ ไนท์ เอาล์ ออล-เวย์ส ลีฟส์ มี สเตรส-ซิง
แปลไทย: การนั่งปั่นวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในฐานะมนุษย์ค้างคาวมักจะทิ้งให้ฉันต้องนั่งเครียดอยู่คนเดียวเสมอ

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "Light Switch – Charlie Puth"

"Light Switch" คือบทเพลงที่หยิบยกพฤติกรรมความสัมพันธ์แบบพิษ ๆ (Toxic Situationship) มาตีความผ่านมุมมองที่ขี้เล่นและประชดประชันตัวเองอย่างชาญฉลาด

เนื้อหาของเพลงบอกเล่าเรื่องราวของฝ่ายชายที่มักโดนแฟนเก่าหรือคนคุยเก่าโทรมาปั่นหัวในเวลาดึกดื่นค่ำคืน (Why you callin' at 11:30... do me dirty?) ความสัมพันธ์นี้ไม่มีสถานะที่ชัดเจน ฝ่ายหญิงมักทำตัวเหมือนเป็นคนรักแต่ไม่เคยยอมตกลงคบหากันจริง ๆ (act like lovers but never wanna be each others') ซ้ำร้ายเธอยังชอบปล่อยให้เขาต้องนั่งเครียดและคอยเดาทางอยู่คนเดียวเสมอ

แก่นสำคัญของเพลงคือการเปรียบเทียบเสน่ห์ความเย้ายวนทางร่างกายและการขยับสะโพกเคลื่อนไหวของฝั่งนั้น (movin' your body around) ว่าทรงอิทธิพลรุนแรงเหมือน "สวิตช์ไฟ" ยามที่เขาพยายามดึงสติ ท่องจำคาถาว่าจะขอมูฟออนและเดินหนีไปให้พ้น (Every time that I say I'm gonna walk away) แต่แค่โดนเธอเข้ามากอดกุมและดึงดูดใจนิดเดียว สติก็หลุดลอยและโดนสะกดจิตให้เลี้ยวกลับไปหาเธอในทันทีเหมือนมีคนมากดเปิดไฟอารมณ์ความต้องการให้สว่างพรึบพรับขึ้นมาดื้อ ๆ เป็นการสะท้อนมุมมองว่า บางครั้งเราก็พ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ทางกายภาพของใครบางคนจนยอมทิ้งเหตุผลและหลักการทุกอย่างไปอย่างราบคาบ


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "Light Switch" ของ Charlie Puth มอบมุมมองที่สะท้อนความเป็นจริงในโลกความสัมพันธ์ปัจจุบันได้อย่างน่าคิดว่า “บางครั้ง ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในการมูฟออนไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่คือหัวใจที่ไร้ความหนักแน่นของตัวเราเอง” การยอมปล่อยให้อีกฝ่ายกุมอิทธิพลเหนือกุมความรู้สึกและอารมณ์ของเราได้ง่าย ๆ ราวกับมีรีโมทกดเปิดปิดสวิตช์ไฟ อาจจะทำให้เราติดอยู่ในวงจรความสัมพันธ์ที่เหนื่อยล้าไร้สถานะไม่จบสิ้น ทางออกที่ดีที่สุดจึงเป็นการถอดปลั๊กของสวิตช์นั้นทิ้งซะ เพื่อที่เราจะได้กลับมาเป็นเจ้าของระบบอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ 🌸

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: