ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คำแปล คำอ่านเพลง Love Yourself - Justin Bieber (เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับความหมาย แกรมมาร์ และ 10 วลีน่ารู้!)

บทเพลงป็อปอะคูสติกฟังสบายแต่เนื้อหาเชือดนิ่มอย่าง "Love Yourself" ของ Justin Bieber มาในท่วงทำนองเสียงกีตาร์โปร่งเรียบง่ายและเสียงร้องที่นุ่มนวล ชวนให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลายในตอนแรก แต่ถ้าลองฟังดีๆ จะพบว่านี่คือเพลงบอกลาที่เจ็บแสบและตรงไปตรงมาที่สุดเพลงหนึ่ง ตัวเพลงเล่าถึงมุมมองของคนที่ตื่นรู้จากความสัมพันธ์ที่ toxic สลัดความหลงผิดทิ้งไป แล้วหันกลับมามองความจริงด้วยสายตาที่เย็นชาและเด็ดขาด ปราศจากความฟูมฟาย ถือเป็นเพลงมูฟออนสายเรียบเนียนที่ฟาดนิ่มๆ แต่หน้าสั่นแน่นอน

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง Love Yourself - Justin Bieber




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : Love Yourself + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Justin Bieber
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

For all the times that you rain on my parade
ฟอ รอล เดอะ  ไทมฺซ แด็ท ยู เรน ออน มาย เพอเรด
And all the clubs you get in using my name
แอนดฺ ออล เดอะ คลับซฺ ยู เก็ท อิน ยูซิง มาย เนม
You think you broke my heart, oh girl for goodness sake
ยู ติงคฺ ยู โบรค มาย ฮารฺท, โอ เกิรฺล ฟอรฺ กืดเนส เซค
You think I'm crying on my own, well I ain't
ยู ติงคฺ อายมฺ ครายอิง ออน มาย โอน, เวล ลาย เอนทฺ

ทุกๆครั้งที่คุณทำลายความสุขของผม
และทุกๆคลับที่คุณเข้าโดยใช้ชื่อของผม
คุณคิดว่าคุณหักอกผม  โอ้พระเจ้า
คุณคิดว่าผมร้องไห้คร่ำครวญ  แต่ผมไม่


And I didn't wanna write a song
แอนดฺ อาย ดิดดึนทฺ วอนนา ไรทฺ อะ ซอง
Cause I didn't want anyone thinking I still care
คอส ซาย ดิดดึนทฺ วอนทฺ เอนีวัน ติงกิง อาย สติล แครฺ
I don't but, you still hit my phone up
อาย โดนทฺ บัท, ยู สติล ฮิท มาย โฟน อัพ
And baby I be movin' on
แอนดฺ เบบี อาย บี มูฟิง ออน
And I think you should be somethin'
แอนดฺ อาย ติงคฺ ยู ชืด บี ซัมติง
I don't wanna hold back, maybe you should know that
อาย โดนทฺ วอนนา โฮลฺด แบ็ค, เมบี ยู ชืด โน แด็ท

และผมไม่อยากแต่งเพลงเลย
เพราะผมไม่อยากให้ใครคิดว่าผมยังแคร์
ผมไม่ได้แคร์ แต่คุณยังโทรมาหาผม
และที่รัก  ผมตัดใจได้แล้ว
และผมคิดว่าคุณเป็นสิ่งที่
ผมไม่อยากเอากลับมา  บางทีคุณควรรู้ไว้นะ

My mama don't like you and she likes everyone
มาย มามา โดนทฺ ไลคฺ ยู แอนดฺ ชี ไลคฺ เซฟวรีวัน
And I never like to admit that I was wrong
แอน ดาย เนเฟอรฺ ไลคฺ ทู แอดมิท แด็ท อาย วอส รอง
And I've been so caught up in my job, didn't see what's going on
แอนดฺ อายฟฺ บีน โซ ค็อท อัพ อิน มาย จอบ, ดิดดึนทฺ ซี ว็อทสฺ โกอิง ออน
But now I know, I'm better sleeping on my own
บัท นาว อาย โน, อายมฺ เบ็ทเทอรฺ สลีพิง ออน มาย โอน

แม่ของผมไม่ชอบคุณ  แต่เธอชอบทุกคนเลยนะ
และผมไม่อยากจะยอมรับเลยว่าผมทำผิดพลาดไป
และทุกคนรู้หมดเลยกับสิ่งที่ผมทำ  แต่ผมไม่รู้
แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว  ว่าผมควรจะอยู่คนเดียวดีกว่า

Cause if you like the way you look that much
คอส ซิฟ ยู ไลคฺ เดอะ เว ยู ลุค แด็ท มัช
Oh, baby, you should go and love yourself
โอ เบบี ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ
And if you think that I'm still holdin' on to somethin'
แอนดฺ อิฟ ยู ติงคฺ เแด็ท อายมฺ สติล โฮลฺดิน ออน ทู ซัมติน
You should go and love yourself
ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ

เพราะถ้าคุณชอบตัวเองขนาดนั้น
ที่รัก  คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ
และถ้าคุณคิดว่าผมยังไม่ตัดใจกับบางสิ่ง
คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ

And when you told me that you hated my friends
แอนดฺ เวน ยู โทลฺด มี แด็ท ยู เฮทถิด มาย เฟรนดฺซฺ
The only problem was with you and not them
ดิ โอนลี พรอเบล็ม วอส วิธ ยู แอนดฺ น็อท เดม
And every time you told me my opinion was wrong
แอนดฺ เอฟวรี ไทมฺ ยู โทลฺด มี มาย เออะพินเหยิ่น วอส รอง
And tried to make me forget where I came from
แอนดฺ ท-ราย เทอะ เม็ค มี ฟอรฺ เก็ท แว ราย เคม ฟรอม

และเวลาที่คุณบอกผมว่าคุณไม่ชอบเพื่อนของผม
ปัญหามันอยู่ที่คุณไม่ใช่พวกเขา
และทุกครั้งที่คุณบอกว่าความเห็นของผมมันไม่ถูก
และพยายามจะทำให้ผมลืมตัวตนของตัวเอง

And I didn't wanna write a song
แอนดฺ อาย ดิดดึนทฺ วอนนา ไรทฺ อะ ซอง
Cause I didn't want anyone thinking I still care
คอส ซาย ดิดดึนทฺ วอนทฺ เอนีวัน ติงกิง อาย สติล แครฺ
I don't but, you still hit my phone up
อาย โดนทฺ บัท, ยู สติล ฮิท มาย โฟน อัพ
And baby I be movin' on
แอนดฺ เบบี อาย บี มูฟิง ออน
And I think you should be somethin'
แอนดฺ อาย ติงคฺ ยู ชืด บี ซัมติง
I don't wanna hold back, maybe you should know that
อาย โดนทฺ วอนนา โฮลฺด แบ็ค, เมบี ยู ชืด โน แด็ท

และผมไม่ได้เพ้อหาคุณเลย
เพราะผมไม่อยากให้ใครคิดว่าผมยังแคร์
ผมไม่ได้แคร์ แต่คุณยังโทรมาหาผม
และที่รัก  ผมตัดใจได้แล้ว
และผมคิดว่าคุณเป็นสิ่งที่
ผมไม่อยากเอากลับมา  บางทีคุณควรรู้ไว้ว่า

My mama don't like you and she likes everyone
มาย มามา โดนทฺ ไลคฺ ยู แอนดฺ ชี ไลคฺ เซฟวรีวัน
And I never like to admit that I was wrong
แอน ดาย เนเฟอรฺ ไลคฺ ทู แอดมิท แด็ท อาย วอส รอง
And I've been so caught up in my job, didn't see what's going on
แอนดฺ อายฟฺ บีน โซ ค็อท อัพ อิน มาย จอบ, ดิดดึนทฺ ซี ว็อทสฺ โกอิง ออน
But now I know, I'm better sleeping on my own
บัท นาว อาย โน, อายมฺ เบ็ทเทอรฺ สลีพิง ออน มาย โอน

แม่ของผมไม่ชอบคุณ  แต่เธอชอบทุกคนเลยนะ
และผมไม่อยากจะยอมรับเลยว่าผมทำผิดพลาดไป
และทุกคนรู้หมดเลยกับสิ่งที่ผมทำ  แต่ผมไม่รู้
แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว  ว่าผมควรจะอยู่คนเดียวดีกว่า

Cause if you like the way you look that much
คอส ซิฟ ยู ไลคฺ เดอะ เว ยู ลุค แด็ท มัช
Oh, baby, you should go and love yourself
โอ เบบี ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ
And if you think that I'm still holdin' on to somethin'
แอนดฺ อิฟ ยู ติงคฺ เแด็ท อายมฺ สติล โฮลฺดิน ออน ทู ซัมติน
You should go and love yourself
ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ

เพราะถ้าคุณชอบรูปร่างหน้าตาตัวเองขนาดนั้น
ที่รัก  คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ
และถ้าคุณคิดว่าผมยังไม่ตัดใจกับบางสิ่ง
คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ

[Instrumental]

For all the times that you made me feel small
ฟอ รอล เดอะ ไทมซฺ แด็ท ยู เมด มี ฟีล สมอล
I fell in love, now I feel nothin' at all
อาย เฟล ลิน ลัฟวฺ, นาว อาย ฟีล นอทติง แอ็ท ออล
Had never felt so low when I was vulnerable
แฮด เนเฟอรฺ เฟลทฺ โซ โล เวน อาย วอส ฟัลนะระเบิล
Was I a fool to let you break down my walls?
วอส อาย อะ ฟูล เทอะ เล็ท ยู เบรค ดาวนฺ มาย วอลซฺ?

ทุกครั้งที่คุณทำให้ผมรู้สึกด้อย
ผมเคยตกหลุมรักคุณ  แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรเลย
ผมไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้เลย เมื่อผมนั้นอ่อนแอ
ผมนี่โง่มากเลยใช่ไหมที่ปล่อยให้คุณพังกำแพงของผมลง

Cause if you like the way you look that much
คอส ซิฟ ยู ไลคฺ เดอะ เว ยู ลุค แด็ท มัช
Oh, baby, you should go and love yourself
โอ เบบี ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ
And if you think that I'm still holdin' on to somethin'
แอนดฺ อิฟ ยู ติงคฺ เแด็ท อายมฺ สติล โฮลฺดิน ออน ทู ซัมติน
You should go and love yourself
ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ
Cause if you like the way you look that much
คอส ซิฟ ยู ไลคฺ เดอะ เว ยู ลุค แด็ท มัช
Oh, baby, you should go and love yourself
โอ เบบี ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ
And if you think that I'm still holdin' on to somethin'
แอนดฺ อิฟ ยู ติงคฺ เแด็ท อายมฺ สติล โฮลฺดิน ออน ทู ซัมติน
You should go and love yourself
ยู ชูด โก แอนดฺ ลัฟวฺ ยอรฺเซลฟฺ

เพราะถ้าคุณชอบตัวเองขนาดนั้น
ที่รัก  คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ
และถ้าคุณคิดว่าผมยังไม่ตัดใจกับบางสิ่ง
คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ
เพราะถ้าคุณชอบตัวเองขนาดนั้น
ที่รัก  คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ
และถ้าคุณคิดว่าผมยังไม่ตัดใจกับบางสิ่ง
คุณควรไปรักตัวคุณเองเสียเถอะ


🎓 10 วลีภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "Love Yourself - Justin Bieber"

1. Rain on my parade
คำอ่าน: (เรน ออน มาย พาเรด)
ความหมาย: ขัดคอ / ขัดความสุข / ทำให้เสียบรรยากาศในตอนที่กำลังมีความสุขหรือยินดี
ตัวอย่าง: I was so excited about my new design, but he had to rain on my parade.
คำอ่านประโยค: อาย วอส โซ อิก-ไซ-ทิด อะ-เบาท์ มาย นิว ดี-ไซน์, บัท ฮี แฮด ทู เรน ออน มาย พา-เรด
แปลไทย: ฉันกำลังตื่นเต้นกับงานดีไซน์ชิ้นใหม่ของฉันแท้ๆ แต่เขาก็ต้องมาขัดคอทำลายความสุขจนเสียบรรยากาศ

2. For goodness' sake
คำอ่าน: (ฟอร์ กูดเนส เซค)
ความหมาย: ให้ตายเถอะ / พับผ่าสิ (อุทานแสดงความรำคาญใจ ประชดประชัน หรือเหลือเชื่อ)
ตัวอย่าง: For goodness' sake, stop calling my phone at midnight!
คำอ่านประโยค: ฟอร์ กูด-เนส เซค, สต็อป คอล-ลิง มาย โฟน แอ็ท มิด-ไนท์!
แปลไทย: ให้ตายเถอะ เลิกโทรหาฉันตอนเที่ยงคืนซะทีได้ไหม!

3. Hit my phone up (Hit someone up)
คำอ่าน: (ฮิท มาย โฟน อัพ)
ความหมาย: โทรหา / ทักไลน์ / ติดต่อมาหา
ตัวอย่าง: You can hit my phone up if you need help with the document formatting.
คำอ่านประโยค: ยู แคน ฮิท มาย โฟน อัพ อิฟ ยู นีด เฮลป์ วิธ เดอะ ด็อก-คิว-เมนท์ ฟอร์-แมต-ติง
แปลไทย: คุณสามารถโทรหรือทักหาฉันได้เลยนะถ้าต้องการให้ช่วยเรื่องการจัดฟอร์แมตเอกสาร

4. Movin' on (Move on)
คำอ่าน: (มูฝวิน ออน)
ความหมาย: ก้าวไปข้างหน้า / ตัดใจจากอดีต / เริ่มต้นชีวิตใหม่
ตัวอย่าง: After finishing the heavy workload, I'm finally movin' on to creative art.
คำอ่านประโยค: แอฟ-เทอร์ ฟิน-นิช-ชิง เดอะ เฮฝ-ฝี เวิร์ค-โหลด, อายม์ ไฟ-นัล-ลี มูฝ-ฝิน ออน ทู ครี-เอ-ติน อาร์ต
แปลไทย: หลังจากเคลียร์กองงานหนักๆ เสร็จ ในที่สุดฉันก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อลุยงานศิลปะสร้างสรรค์ซะที

5. Hold back
คำอ่าน: (โฮลด์ แบ็ก)
ความหมาย: รั้งเอาไว้ / เก็บกดไว้ / ยับยั้งชั่งใจไม่แสดงออกไป
ตัวอย่าง: Don't hold back your ideas during the brainstorming session.
คำอ่านประโยค: โดนท์ โฮลด์ แบ็ก ยัวร์ ไอ-เดียซ ดู-ริง เดอะ เบรน-สโต-มิง เซส-ชัน
แปลไทย: อย่ารั้งหรือเก็บงำไอเดียของตัวเองเอาไว้เลยในระหว่างช่วงระดมสมองนะ

6. Caught up in (Get caught up in)
คำอ่าน: (คอท อัพ อิน)
ความหมาย: หมกมุ่นอยู่กับ / ยุ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น
ตัวอย่าง: I've been so caught up in my research that I forgot to check the time.
คำอ่านประโยค: ไอฟ์ บีน โซ คอท อัพ อิน มาย รี-เซิร์ช แด็ท อาย ฟอร์-กอท ทู เช็ค เดอะ ไทม์
แปลไทย: ฉันหมกมุ่นยุ่งอยู่กับงานวิจัยของฉันมากจนลืมดูเวลาไปเลย

7. On my own
คำอ่าน: (ออน มาย โอน)
ความหมาย: ด้วยตัวฉันเอง / ตามลำพัง / โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
ตัวอย่าง: I prefer analyzing data on my own in a quiet room.
คำอ่านประโยค: อาย พรี-เฟอร์ แอน-นะ-ไล-ซิง เด-ตา ออน มาย โอน อิน อะ ไค-เอ็ท รูม
แปลไทย: ฉันชอบนั่งวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวฉันเองตามลำพังในห้องเงียบๆ มากกว่า

8. Holdin' on to (Hold on to)
คำอ่าน: (โฮลดิน ออน ทู)
ความหมาย: ยึดติดกับ / เหนี่ยวรั้งสิ่งนั้นไว้ไม่ยอมปล่อย
ตัวอย่าง: There is no point in holdin' on to a system that doesn't work.
คำอ่านประโยค: แดร์ อิส โน พอยท์ อิน โฮล-ดิน ออน ทู อะ ซิส-เทม แด็ท ดาส-ซึนท์ เวิร์ค
แปลไทย: มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปยึดติดกับระบบขั้นตอนการทำงานที่ไม่เกิดผลหรอกนะ

9. Feel small
คำอ่าน: (ฟีล สโมล)
ความหมาย: รู้สึกตัวลีบ / รู้สึกไร้ค่า / ถูกลดทอนคุณค่าจนหมดความมั่นใจ
ตัวอย่าง: His อคติ comments always make the team feel small.
คำอ่านประโยค: ฮิส คอม-เมนท์ส ออล-เวส์ เมก เดอะ ทีม ฟีล สโมล
แปลไทย: คำพูดอคติของเขามักจะทำให้ทีมงานรู้สึกตัวลีบไร้ค่าและเสียความมั่นใจอยู่เรื่อย

10. Break down my walls
คำอ่าน: (เบรค ดาวน์ มาย วอลส์)
ความหมาย: ทลายกำแพงในใจลง / ยอมเปิดใจยอมรับให้อีกฝ่ายเข้ามาในชีวิต
ตัวอย่าง: It took a long time for her to break down her walls and trust him.
คำอ่านประโยค: อิท ทุค อะ ลอง ไทม์ ฟอร์ เฮอร์ ทู เบรค ดาวน์ เฮอร์ วอลส์ แอนด์ ทรัสท์ ฮิม
แปลไทย: มันต้องใช้เวลานานมากเลยกว่าเธอจะยอมทลายกำแพงในใจลงและยอมเชื่อใจเขาอีกครั้ง

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

📚 เรียนภาษาอังกฤษจากแกรมม่าร์ในเพลง 

----"“Be + better + V.ing” (ทำแบบนี้ดีกว่า / อยู่ในสภาพนี้ดีกว่า)----

ในเพลงมีการใช้โครงสร้าง: I'm better sleeping on my own. (ฉันอยู่คนเดียวยังดีกว่า)

🔎 โครงสร้าง Subject + be + better + V.ing
ใช้เมื่อเราต้องการบอกว่า “การทำสิ่งนี้ / การอยู่ในสถานการณ์นี้ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า”
โดย better = ดีกว่า
และ V-ing ทำหน้าที่พูดถึง “การกระทำหรือสถานการณ์นั้นๆ”

✨ ตัวอย่าง
I'm better working alone.
(ฉันทำงานคนเดียวดีกว่า)

She's better studying at night.
(เธอเรียนตอนกลางคืนแล้วดีกว่า)

I'm better staying quiet.
(ฉันอยู่เงียบๆ ดีกว่า)

📌 วิเคราะห์จากเพลง
ประโยค I'm better sleeping on my own ไม่ได้หมายถึงแค่ “ฉันนอนคนเดียวเก่งกว่า” แต่สื่อว่า “การอยู่คนเดียว ทำให้ฉันสบายใจและเป็นตัวเองมากกว่า” เป็นการเปรียบเทียบว่า ระหว่างอยู่กับอีกคนกับอยู่คนเดียว
→ ตัวเลือกหลังให้ความสุขหรือความสงบมากกว่า

💡 ทริคเอาไปใช้จริง
โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงการเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง I'm better + V.ing

ตัวอย่าง
I'm better creating my own routine and working at my own pace.
(ฉันทำตารางชีวิตของตัวเองและทำงานในจังหวะของตัวเองแล้วรู้สึกดีกว่า)

I'm better learning by myself.
(ฉันเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วได้ผลดีกว่า)

💖 ความหมายของเพลง "Love Yourself - Justin Bieber"

"Love Yourself" เป็นเพลงมูฟออนเวอร์ชันปล่อยวางและดึงสติ โดยใช้คำประชดประชันนิ่มๆ เพื่อบอกให้อีกฝ่ายกลับไปทบทวนตัวเอง

เนื้อหาของเพลงเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านพ้นไปแล้ว โดยผู้ร้องสะท้อนความจริงตรงๆ ว่าที่ผ่านมาต้องเจอกับพฤติกรรมขัดความสุขชอบทำลายบรรยากาศ (rained on my parade) แถมอีกฝ่ายยังชอบเอาชื่อเสียงของเขาไปแอบอ้างเพื่อเข้าคลับฟรีๆ แต่กลับชอบทำตัวกดขี่ให้เขารู้สึกตัวลีบไร้ค่า (made me feel small) และพยายามบงการให้เขาหลงลืมรากเหง้าตัวตนที่ก้าวเดินมา ความสัมพันธ์นี้เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียม ทั้งการโดนเกลียดกลุ่มเพื่อน หรือการโดนตัดสินว่าความคิดเห็นของตัวเองผิดอยู่ตลอดเวลา จนเขาต้องหันมาหมกมุ่นอยู่กับงานเพื่อหนีความจริงไปวันๆ

จุดตัดใจที่ชัดเจนและเป็นธรรมที่สุดคือวลีฮิตอย่าง "My mama don't like you and she likes everyone" (ขนาดแม่ของฉันที่เป็นคนใจดีชอบทุกคน เขายังไม่ชอบเธอเลย) มันคือการดึงสติให้ตื่นจากความหลงผิด และรู้ตัวว่าความรักที่เคยยอมเปิดใจทลายกำแพงให้เข้ามานั้นมันพังไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกต่อไป (now I feel nothing at all) และคำว่า "Go and love yourself" ในเพลงนี้ไม่ได้แปลว่าให้ดูแลตัวเองด้วยความหวังดี แต่เป็นการเหน็บแนมแบบสุภาพว่า "ในเมื่อเธอรักและหลงตัวเองมากขนาดนั้น ก็เชิญกลับไปอยู่และรักตัวเองคนเดียวเถอะนะ" เพราะการนอนหลับคนเดียวตามลำพังมันช่างสงบ สบายใจ และดีต่อชีวิตกว่าตั้งเยอะ


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "Love Yourself" ของ Justin Bieber ให้ข้อคิดสะกิดใจที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ว่า การรักใครสักคนไม่ควรหมายถึงการยอมลดทอนคุณค่าของตัวเองหรือยอมให้ใครมาทำลายความมั่นใจในชีวิต เมื่อเราพบว่าความสัมพันธ์นั้นเริ่มทำร้ายตัวตนและจิตใจ การก้าวเดินออกมามองความจริงอย่างเป็นกลางและเลือกที่จะอยู่กับตัวเองคือทางเลือกที่เติบโตและมีศักดิ์ศรีที่สุด

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

3 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

อ่านยากนิดนึ่ง

Unknown กล่าวว่า...

อื่ม..น่าจะใช่

Unknown กล่าวว่า...

อ่านง่ายนิดเด่วเอง555อังกิตน่ะ