สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามานั่งคุยกันถึงเพลงเดี่ยวสุดลึกซึ้งของโรเซ่กันอีกสักเพลงดีกว่าค่ะ หลายคนเวลาทำงานหนักๆ บ้างาน วิ่งไล่ตามความฝันหรือความสำเร็จอย่างบ้าคลั่ง คงจะเคยมีฟีลที่รู้สึกเหนื่อยล้า แล้วหยุดตั้งคำถามกับตัวเองว่า "สิ่งที่เรากำลังพยายามไขว่คว้าอยู่ทุกวันนี้ มันคือความสุขที่แท้จริงของเราจริงๆ หรือเปล่า?"
เพลง "On The Ground" ของ ROSÉ ถ่ายทอดมุมมองนี้ออกมาได้กระแทกใจและชวนคิดมากๆ ค่ะ เนื้อเพลงเล่าถึงคนที่ยอมเหน็ดเหนื่อยทำงานมาทั้งชีวิต ทุ่มเททุกอย่างเพื่อจะพาตัวเองไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะซุปตาร์ที่ทุกคนชื่นชม แต่พอไปถึงจุดนั้นจริงๆ กลับพบว่าความสำเร็จ ชื่อเสียง เงินทองที่เคยอยากได้ มันก็แค่เปลือกนอกที่ว่างเปล่าเหมือนพลาสติกชุบทอง และเพิ่งมาตระหนักคิดได้ว่า ความสุขที่แท้จริงและสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต มันไม่ได้อยู่บนฟ้าหรือที่ไหนไกลเลย แต่มันอยู่บนพื้นดิน อยู่รอบตัวเรา ในสิ่งเรียบง่ายและธรรมดาที่สุดต่างหาก
เรียนภาษาอังกฤษ จากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย
คำแปล คำอ่านเพลง On The Ground – ROSÉ
🎓 5 วลีภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "On The Ground"
1. Hole in the wallคำอ่าน: (โฮล์ อิน เดอะ วอล)ความหมาย: ห้องพักหรือบ้านรูหนู / ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ แคบๆ ที่ดูซอมซ่อ (นอกจากนี้ยังใช้เรียก ร้านอาหารหรือร้านค้าเล็กๆ แต่อร่อยและอบอุ่นได้ด้วยค่ะ)ตัวอย่าง: She started her online bookstore in a tiny hole in the wall office.คำอ่านประโยค: ชี สตาร์ท-ทิด เฮอร์ ออน-ไลน์ บุ๊ค-สโตร์ อิน อะ ไท-นี โฮล์ อิน เดอะ วอล ออฟ-ฟิศ(เธอเริ่มต้นทำธุรกิจร้านขายหนังสือออนไลน์ในห้องทำงานเล็กๆ ฟีลรูหนูเท่านั้นเองค่ะ)
2. Thinking back onคำอ่าน: (ติงกิง แบ็ค ออน)ความหมาย: หวนคิดถึงอดีต / นึกย้อนไปถึงเรื่องราวในวันเก่าๆตัวอย่าง: Thinking back on my university days always makes me smile.คำอ่านประโยค: ติง-กิง แบ็ค ออน มาย ยู-นิ-เวอร์-สิ-ที เดส์ ออล-เวส์ เมคส์ มี สไมล์(การได้นั่งนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมันมักจะทำให้ฉันอมยิ้มได้เสมอเลย)
3. On the groundคำอ่าน: (ออน เดอะ กราวน์ด)ความหมาย: อยู่บนพื้นดิน / (เป็นสำนวนหมายถึง สิ่งที่อยู่บนโลกแห่งความจริง ความเป็นอยู่แบบคนธรรมดาที่เรียบง่าย ติดดิน ไม่หวือหวา)ตัวอย่าง: No matter how famous you are, keep your feet on the ground.คำอ่านประโยค: โน แม็ท-เทอร์ ฮาว เฟ-มัส ยู อาร์, คีพ ยัวร์ ฟีท ออน เดอะ กราวน์ด(ไม่ว่าเธอจะประสบความสำเร็จโด่งดังแค่ไหน ก็จงทำตัวเรียบง่ายติดดินเข้าไว้นะ)
4. What goes up must come downคำอ่าน: (ว็อท โก ซัพ อิท มัสท์ คัม ดาวน์)ความหมาย: มีขึ้นก็ต้องมีลง / สิ่งใดที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด วันหนึ่งก็ต้องร่วงหล่นลงมาตามกฎธรรมชาติ (สุภาษิตอังกฤษดั้งเดิม)ตัวอย่าง: Don't get too arrogant; remember that what goes up must come down.คำอ่านประโยค: โดนท์ เก็ท ทู แอ-โร-แกนท์; รี-เมม-เบอร์ แด็ท ว็อท โก ซัพ มัสท์ คัม ดาวน์(อย่ามัวแต่หลงระเริงหรือหยิ่งทะนงตนไปเลยนะ จำไว้ว่ามีขึ้นก็ต้องมีลงเสมอแหละ)
5. Running out of timeคำอ่าน: (รัน-นิง เอาท์ ออฟ ไทม์)ความหมาย: เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว / เหลือน้อยเต็มทีตัวอย่าง: We are running out of time to submit this procurement project.คำอ่านประโยค: วี อาร์ รัน-นิง เอาท์ ออฟ ไทม์ ทู ซับ-มิต ดิส โพร-คิวร์-เมนท์ โปร-เจกต์(เวลาจัดส่งเอกสารโครงการจัดซื้อจัดจ้างชิ้นนี้เหลือเวลาน้อยเต็มทีแล้วค่ะ ต้องรีบแล้ว)
📚 แกรมม่าร์เด่นในเพลง:
---"Used to + V.1" การเล่าถึงสภาพหรือพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว----
ในท่อนเปิดเพลง มีการใช้โครงสร้างไวยากรณ์ที่เจ้าของภาษานิยมใช้มากในการเล่าชีวิตย้อนอดีต คือประโยค "I used to have a hole in the wall with a mattress"
โครงสร้าง: Subject + used to + Verb ช่อง 1
วิธีใช้:Used to ใช้พูดถึงนิสัย เหตุการณ์ หรือสภาพความเป็นอยู่ที่เคยมีอยู่ในอดีตเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว
จุดสังเกตสำคัญคือ หลัง used to ต้องตามด้วย กริยาช่อง 1 เสมอ✅ I used to live in Bangkok.❌ I used to lived in Bangkok.
วิเคราะห์จากเพลง:โรเซ่กำลังเล่าย้อนถึงช่วงชีวิตก่อนประสบความสำเร็จ โดยใช้ประโยค I used to have a hole in the wall with a mattress ซึ่งเป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายหรือไม่ได้มีฐานะดีนัก
คำว่า used to have ช่วยเน้นความแตกต่างระหว่าง "อดีต" กับ "ปัจจุบัน" เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นศิลปินระดับโลกแล้ว แต่ยังคงย้อนมองกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของตัวเอง
💡 ทริคเอาไปใช้จริง:ใช้เมื่อต้องการเล่าถึงสิ่งที่เคยเป็นในอดีต แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว
I used to be afraid of speaking English in public.(ฉันเคยกลัวการพูดภาษาอังกฤษต่อหน้าคนอื่นมาก ๆ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว)
We used to play outside every evening.(พวกเราเคยออกไปวิ่งเล่นข้างนอกทุกเย็นตอนเด็ก ๆ)
📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป
💖 ความหมายของเพลง "On The Ground"
เพลงนี้กะเทาะเปลือกความจริงของสัจธรรมชีวิตผ่าน 3 แง่มุม
ภาพลวงตาของความสำเร็จภายนอก: เพลงฉายภาพการต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักมาทั้งชีวิต (I worked my whole life) เพราะคิดว่าถ้าได้ไปยืนอยู่จุดสูงสุด ได้เงินทองมาเยอะๆ ชีวิตจะสมบูรณ์แบบ แต่พอได้มันมาจริงๆ กลับพบความจริงที่ตลกขื่นขมว่า สิ่งเหล่านั้นมันเป็นแค่ทองปลอมชุบพลาสติก (gold's just plastic) ที่ไม่ได้มอบความสุขที่แท้จริงให้แก่จิตใจเลย
ความเหงาและราคาที่ต้องจ่ายให้กับความสำเร็จ: ยิ่งปีนขึ้นไปอยู่สูงในระดับก้อนเมฆ (way up in the clouds) โลกกลับยิ่งตึงเครียดและวุ่นวายหัวหมุนมากขึ้น สิ่งที่ต้องแลกไปคือการห่างเหินจากบ้าน จากครอบครัว และคนที่รัก ท่อนที่บอกว่าขับรถผ่านบ้านเก่าแต่รู้สึกเหินห่างเหลือเกิน สะท้อนความโดดเดี่ยวของคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่หันกลับมาไม่เหลือใครให้แชร์ความรู้สึกด้วย
ความสุขที่แท้จริงอยู่บนพื้นดินเสมอ: จุดตกผลึกที่งดงามที่สุดของเพลงคือประโยค Everything I need is on the ground ซึ่งสอนใจเราว่า ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มนุษย์เราต้องการเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความสุขจริงๆ ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ฉาบฉวย แต่อยู่บนพื้นดิน มันคือความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย เสียงหัวใจของคนรอบข้าง ความสงบสุขในใจ และการยอมรับในสิ่งธรรมดาๆ รอบตัวเราต่างหาก
✨ สรุปท้ายโพสต์เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧เพลง "On The Ground" ของ ROSÉ คือบทเพลงเตือนสติคนบ้างานและคนล่าความฝันได้เป็นอย่างดี เพลงนี้สอนให้เรารู้จักบาลานซ์ชีวิต (Work-Life Balance) และไม่หลงลืมที่จะใส่ใจรักษาความสัมพันธ์และสิ่งสำคัญรอบตัวในยามที่เรากำลังมุ่งมั่นเติบโตในหน้าที่การงาน เพราะความสำเร็จภายนอกจะไม่มีความหมายเลย หากเราไปถึงจุดสูงสุดแล้วพบว่าตัวเองต้องยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนก้อนเมฆ
ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸
เพลงนี้กะเทาะเปลือกความจริงของสัจธรรมชีวิตผ่าน 3 แง่มุม
ภาพลวงตาของความสำเร็จภายนอก: เพลงฉายภาพการต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักมาทั้งชีวิต (I worked my whole life) เพราะคิดว่าถ้าได้ไปยืนอยู่จุดสูงสุด ได้เงินทองมาเยอะๆ ชีวิตจะสมบูรณ์แบบ แต่พอได้มันมาจริงๆ กลับพบความจริงที่ตลกขื่นขมว่า สิ่งเหล่านั้นมันเป็นแค่ทองปลอมชุบพลาสติก (gold's just plastic) ที่ไม่ได้มอบความสุขที่แท้จริงให้แก่จิตใจเลย
ความเหงาและราคาที่ต้องจ่ายให้กับความสำเร็จ: ยิ่งปีนขึ้นไปอยู่สูงในระดับก้อนเมฆ (way up in the clouds) โลกกลับยิ่งตึงเครียดและวุ่นวายหัวหมุนมากขึ้น สิ่งที่ต้องแลกไปคือการห่างเหินจากบ้าน จากครอบครัว และคนที่รัก ท่อนที่บอกว่าขับรถผ่านบ้านเก่าแต่รู้สึกเหินห่างเหลือเกิน สะท้อนความโดดเดี่ยวของคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่หันกลับมาไม่เหลือใครให้แชร์ความรู้สึกด้วย
ความสุขที่แท้จริงอยู่บนพื้นดินเสมอ: จุดตกผลึกที่งดงามที่สุดของเพลงคือประโยค Everything I need is on the ground ซึ่งสอนใจเราว่า ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มนุษย์เราต้องการเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความสุขจริงๆ ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ฉาบฉวย แต่อยู่บนพื้นดิน มันคือความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย เสียงหัวใจของคนรอบข้าง ความสงบสุขในใจ และการยอมรับในสิ่งธรรมดาๆ รอบตัวเราต่างหาก
เพลง "On The Ground" ของ ROSÉ คือบทเพลงเตือนสติคนบ้างานและคนล่าความฝันได้เป็นอย่างดี เพลงนี้สอนให้เรารู้จักบาลานซ์ชีวิต (Work-Life Balance) และไม่หลงลืมที่จะใส่ใจรักษาความสัมพันธ์และสิ่งสำคัญรอบตัวในยามที่เรากำลังมุ่งมั่นเติบโตในหน้าที่การงาน เพราะความสำเร็จภายนอกจะไม่มีความหมายเลย หากเราไปถึงจุดสูงสุดแล้วพบว่าตัวเองต้องยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนก้อนเมฆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น