ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

คำแปล คำอ่านเพลง On The Ground – ROSÉ (ความหมาย แกรมมาร์ และเรียนภาษาอังกฤษกับ 5 วลีต้องรู้!)

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามานั่งคุยกันถึงเพลงเดี่ยวสุดลึกซึ้งของโรเซ่กันอีกสักเพลงดีกว่าค่ะ หลายคนเวลาทำงานหนักๆ บ้างาน วิ่งไล่ตามความฝันหรือความสำเร็จอย่างบ้าคลั่ง คงจะเคยมีฟีลที่รู้สึกเหนื่อยล้า แล้วหยุดตั้งคำถามกับตัวเองว่า "สิ่งที่เรากำลังพยายามไขว่คว้าอยู่ทุกวันนี้ มันคือความสุขที่แท้จริงของเราจริงๆ หรือเปล่า?"

เพลง "On The Ground" ของ ROSÉ ถ่ายทอดมุมมองนี้ออกมาได้กระแทกใจและชวนคิดมากๆ ค่ะ เนื้อเพลงเล่าถึงคนที่ยอมเหน็ดเหนื่อยทำงานมาทั้งชีวิต ทุ่มเททุกอย่างเพื่อจะพาตัวเองไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะซุปตาร์ที่ทุกคนชื่นชม แต่พอไปถึงจุดนั้นจริงๆ กลับพบว่าความสำเร็จ ชื่อเสียง เงินทองที่เคยอยากได้ มันก็แค่เปลือกนอกที่ว่างเปล่าเหมือนพลาสติกชุบทอง และเพิ่งมาตระหนักคิดได้ว่า ความสุขที่แท้จริงและสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต มันไม่ได้อยู่บนฟ้าหรือที่ไหนไกลเลย แต่มันอยู่บนพื้นดิน อยู่รอบตัวเรา ในสิ่งเรียบง่ายและธรรมดาที่สุดต่างหาก

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษ จากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง On The Ground – ROSÉ




 

เนื้อเพลงภาษาอังกฤษ :  On The Ground + คำแปล คำอ่านไทย
ศิลปิน : ROSÉ 
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

My life's been magic seems fantastic
มาย ไลฟ์ซ บีน แมจิก ซีมซ์ แฟนทาสติค
ชีวิตของฉันเหมือนดั่งเมทมนต์บันดาลเหมือนช่างมหัศจรรรย์
I used to have a hole in the wall with a mattress
อาย ยูสท์ ทู แฮฟ อะ โฮล์ อิน เดอะ วอล วิธ อะ แม็ทเถริส
ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ในรูหนูกับหมอนอีกหนึ่ง 
(เปรียบเทียบว่าไม่ได้ร่ำรวยอะไร)
It's funny when you want it
อิทส์ ฟันนี เวน ยู วอนท์ อิท
มันช่างตลก เมื่อเธอต้องการมัน
Suddenly you have it
ซัดเดนลี ยู แฮฟ อิท
แล้วเธอก็ได้มันมา
You find out that your gold's just plastic
ยู ไฟน์ด เอาท์ แด็ท ยัวร์ โกล์ดซ์ จัสท์ พลาสติก
เธอพบว่าทองเธอนั้น แท้จริงมันก็แค่พลาสติค

Every day every night
เอฟวรี เดย์ เอฟวรี ไนท์
ทุกๆวัน ทุกๆคืน
I've been thinking back on you and I
อายฟ์ บีน ติงกิง แบ็ค ออน ยู แอน ดาย
ฉันหวนคิดถึงเรื่องของเธอกับฉัน
Every day every night
เอฟวรี เดย์ เอฟวรี ไนท์
ทุกๆวัน ทุกๆคืน

I worked my whole life
อาย เวิร์ค มาย โฮล ไลฟ์
ฉันทำงานมาทั้งชีวิต
Just to get right just to be like
จัสท์ ทู เก็ท ไรท์ จัสท์ ทู บี ไลค์
เพื่อที่จะเป็นแบบนั้น แบบนี้
Look at me, I'm never coming down
ลุค แก็ท มี, อายม์ เนเฟอ คัมมิง ดาวน์
ดูฉันสิ ฉันไม่เคยกลับลงไปเลย
I worked my whole life
อาย เวิร์ค มาย โฮล ไลฟ์
ฉันทำงานมาทั้งชีวิต
Just to get high just to realize
จัสท์ ทู เก็ท ฮาย จัสท์ ทู เรียลไลซ์
เพื่อที่จะไปอยู่จุดสูงสุด แต่แล้วก็ตระหนักได้ว่า
Everything I need is on the
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็น
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา
On the ground
ออน เดอะ กราวน์ด
การเป็นคนธรรมดา
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา

Nah but they don't hear me though
นา บัท เด โดนท์ เฮียร์ มี โต(th)
ไม่อะ แต่พวกเขาไม่ได้ยินฉันหรอก
(Yeah what goes up it must come down)
เยีย ว็อท โก ซัพ อิท มัสท์ คัม ดาวน์
ใช่แล้ว มีขึ้นก็ต้องมีลง
Nah but they don't hear me though
นา บัท เด โดนท์ เฮียร์ มี โต(th)
ไม่อะ แต่พวกเขาไม่ได้ยินฉันหรอก
(You're running out of time)
ยอร์ รันนิง เอาท์ ออฟ ไทม์
เวลาของเธอใกล้หมดลง

My world's been hectic seems electric
มาย เวิร์ลด์ซ บีน เฮคทิค ซีมซ์ อิเลคทริก
โลกของฉันช่างวุ่นวาย ช่างตึงเครียด
But I've been waking up with your voice in my head
บัท อายฟ์ บีน เวคกิง อัพ วิธ ยอร์ วอยซ์ ซิน มาย เฮด
แต่ฉันตื่นนอนทุกวันกับเสียงของเธอในหัวของฉัน
And I'm trying to send a message
แอนด์ อายม์ ทรายอิง ทู เซนด์ อะ เมสเซจ
และฉันก็พยายามจะสื่อสารออกไป
And let you know that every single minute
แอนด์ เล็ท ยู โน แด็ท เอฟวรี ซิงเกิล มินิท
ให้เธอได้รู้ว่าทุกๆนาที
I'm without you, I regret it
อายม์ วิธเตา ยู, อาย รีเกรท อิท
ฉันเสียใจนะที่ไม่ได้ใช้เวลากับเธอ



Every day every night
เอฟวรี เดย์ เอฟวรี ไนท์
ทุกๆวัน ทุกๆคืน
I've been thinking back on you and I
อายฟ์ บีน ติงกิง แบ็ค ออน ยู แอน ดาย
ฉันหวนคิดถึงเรื่องของเธอกับฉัน
Every day every night
เอฟวรี เดย์ เอฟวรี ไนท์
ทุกๆวัน ทุกๆคืน

I worked my whole life
อาย เวิร์ค มาย โฮล ไลฟ์
ฉันทำงานมาทั้งชีวิต
Just to get right just to be like
จัสท์ ทู เก็ท ไรท์ จัสท์ ทู บี ไลค์
เพื่อที่จะเป็นแบบนั้น แบบนี้
Look at me, I'm never coming down
ลุค แก็ท มี, อายม์ เนเฟอ คัมมิง ดาวน์
ดูฉันสิ ฉันไม่เคยกลับลงไปเลย
I worked my whole life
อาย เวิร์ค มาย โฮล ไลฟ์
ฉันทำงานมาทั้งชีวิต
Just to get high just to realize
จัสท์ ทู เก็ท ฮาย จัสท์ ทู เรียลไลซ์
เพื่อที่จะไปอยู่จุดสูงสุด แต่แล้วก็ตระหนักได้ว่า
Everything I need is on the
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็น
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา
On the ground
ออน เดอะ กราวน์ด
การเป็นคนธรรมดา
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา

Nah but they don't hear me though
นา บัท เด โดนท์ เฮียร์ มี โต(th)
ไม่อะ แต่พวกเขาไม่ได้ยินฉันหรอก
(Yeah what goes up it must come down)
เยีย ว็อท โก ซัพ อิท มัสท์ คัม ดาวน์
ใช่แล้ว มีขึ้นก็ต้องมีลง
Nah but they don't hear me though
นา บัท เด โดนท์ เฮียร์ มี โต(th)
ไม่อะ แต่พวกเขาไม่ได้ยินฉันหรอก
(You're running out of time)
ยอร์ รันนิง เอาท์ ออฟ ไทม์
เวลาของเธอใกล้หมดลง

I'm way up in the clouds
อายม์ เว อัพ อิน เดอะ คลาวด์ซ
ฉันกำลังลอยลำอยู่บนฟ้า
And they say I've made it now
แอนด์ เด เซ อายฟ์ เมด อิท นาว
และพวกเขาต่างบอกว่าฉันประสบความสำเร็จแ้ลว
But I figured it out
บัท อาย ฟิกเกอร์ ดิท เอาท์
แต่ฉันได้มารู้ว่า
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา

Just drove by your house
จัสท์ โดรฟ บาย ยอร์ เฮาส์
พึ่งขับรถผ่านบ้านของเธอไป
So far from you now
โซ ฟาร์ ฟรอม ยู นาว
รู้สึกเหินห่างจากเธอ
But I figured it out
บัท อาย ฟิกเกอร์ ดิท เอาท์
แต่ฉันได้มารู้ว่า

Everything I need is on the
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็น
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา
On the ground
ออน เดอะ กราวน์ด
การเป็นคนธรรมดา
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา
Nah but they don't hear me though
นา บัท เด โดนท์ เฮียร์ มี โต(th)
ไม่อะ แต่พวกเขาไม่ได้ยินฉันหรอก

On the ground
ออน เดอะ กราวน์ด
การเป็นคนธรรมดา
Nah but they don't hear me though
นา บัท เด โดนท์ เฮียร์ มี โต(th)
ไม่อะ แต่พวกเขาไม่ได้ยินฉันหรอก
Everything I need is on the ground
เอฟวรีติง อาย นีด อิส ซอน เดอะ กราวน์ด
ทุกอย่างที่ฉันต้องการนั้นคือการเป็นคนธรรมดา

🎓 5 วลีภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "On The Ground"

1. Hole in the wall
คำอ่าน: (โฮล์ อิน เดอะ วอล)
ความหมาย: ห้องพักหรือบ้านรูหนู / ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ แคบๆ ที่ดูซอมซ่อ (นอกจากนี้ยังใช้เรียก ร้านอาหารหรือร้านค้าเล็กๆ แต่อร่อยและอบอุ่นได้ด้วยค่ะ)
ตัวอย่าง: She started her online bookstore in a tiny hole in the wall office.
คำอ่านประโยค: ชี สตาร์ท-ทิด เฮอร์ ออน-ไลน์ บุ๊ค-สโตร์ อิน อะ ไท-นี โฮล์ อิน เดอะ วอล ออฟ-ฟิศ
(เธอเริ่มต้นทำธุรกิจร้านขายหนังสือออนไลน์ในห้องทำงานเล็กๆ ฟีลรูหนูเท่านั้นเองค่ะ)

2. Thinking back on
คำอ่าน: (ติงกิง แบ็ค ออน)
ความหมาย: หวนคิดถึงอดีต / นึกย้อนไปถึงเรื่องราวในวันเก่าๆ
ตัวอย่าง: Thinking back on my university days always makes me smile.
คำอ่านประโยค: ติง-กิง แบ็ค ออน มาย ยู-นิ-เวอร์-สิ-ที เดส์ ออล-เวส์ เมคส์ มี สไมล์
(การได้นั่งนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมันมักจะทำให้ฉันอมยิ้มได้เสมอเลย)

3. On the ground
คำอ่าน: (ออน เดอะ กราวน์ด)
ความหมาย: อยู่บนพื้นดิน / (เป็นสำนวนหมายถึง สิ่งที่อยู่บนโลกแห่งความจริง ความเป็นอยู่แบบคนธรรมดาที่เรียบง่าย ติดดิน ไม่หวือหวา)
ตัวอย่าง: No matter how famous you are, keep your feet on the ground.
คำอ่านประโยค: โน แม็ท-เทอร์ ฮาว เฟ-มัส ยู อาร์, คีพ ยัวร์ ฟีท ออน เดอะ กราวน์ด
(ไม่ว่าเธอจะประสบความสำเร็จโด่งดังแค่ไหน ก็จงทำตัวเรียบง่ายติดดินเข้าไว้นะ)

4. What goes up must come down
คำอ่าน: (ว็อท โก ซัพ อิท มัสท์ คัม ดาวน์)
ความหมาย: มีขึ้นก็ต้องมีลง / สิ่งใดที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด วันหนึ่งก็ต้องร่วงหล่นลงมาตามกฎธรรมชาติ (สุภาษิตอังกฤษดั้งเดิม)
ตัวอย่าง: Don't get too arrogant; remember that what goes up must come down.
คำอ่านประโยค: โดนท์ เก็ท ทู แอ-โร-แกนท์; รี-เมม-เบอร์ แด็ท ว็อท โก ซัพ มัสท์ คัม ดาวน์
(อย่ามัวแต่หลงระเริงหรือหยิ่งทะนงตนไปเลยนะ จำไว้ว่ามีขึ้นก็ต้องมีลงเสมอแหละ)

5. Running out of time
คำอ่าน: (รัน-นิง เอาท์ ออฟ ไทม์)
ความหมาย: เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว / เหลือน้อยเต็มที
ตัวอย่าง: We are running out of time to submit this procurement project.
คำอ่านประโยค: วี อาร์ รัน-นิง เอาท์ ออฟ ไทม์ ทู ซับ-มิต ดิส โพร-คิวร์-เมนท์ โปร-เจกต์
(เวลาจัดส่งเอกสารโครงการจัดซื้อจัดจ้างชิ้นนี้เหลือเวลาน้อยเต็มทีแล้วค่ะ ต้องรีบแล้ว)

📚 แกรมม่าร์เด่นในเพลง: 

---"Used to + V.1" การเล่าถึงสภาพหรือพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว----

ในท่อนเปิดเพลง มีการใช้โครงสร้างไวยากรณ์ที่เจ้าของภาษานิยมใช้มากในการเล่าชีวิตย้อนอดีต คือประโยค "I used to have a hole in the wall with a mattress"

โครงสร้าง: Subject + used to + Verb ช่อง 1

วิธีใช้:
Used to ใช้พูดถึงนิสัย เหตุการณ์ หรือสภาพความเป็นอยู่ที่เคยมีอยู่ในอดีตเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว

จุดสังเกตสำคัญคือ หลัง used to ต้องตามด้วย กริยาช่อง 1 เสมอ
✅ I used to live in Bangkok.
❌ I used to lived in Bangkok.

วิเคราะห์จากเพลง:
โรเซ่กำลังเล่าย้อนถึงช่วงชีวิตก่อนประสบความสำเร็จ โดยใช้ประโยค I used to have a hole in the wall with a mattress ซึ่งเป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายหรือไม่ได้มีฐานะดีนัก

คำว่า used to have ช่วยเน้นความแตกต่างระหว่าง "อดีต" กับ "ปัจจุบัน" เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นศิลปินระดับโลกแล้ว แต่ยังคงย้อนมองกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของตัวเอง

💡 ทริคเอาไปใช้จริง:
ใช้เมื่อต้องการเล่าถึงสิ่งที่เคยเป็นในอดีต แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว

I used to be afraid of speaking English in public.
(ฉันเคยกลัวการพูดภาษาอังกฤษต่อหน้าคนอื่นมาก ๆ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว)

We used to play outside every evening.
(พวกเราเคยออกไปวิ่งเล่นข้างนอกทุกเย็นตอนเด็ก ๆ)

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "On The Ground"

เพลงนี้กะเทาะเปลือกความจริงของสัจธรรมชีวิตผ่าน 3 แง่มุม

ภาพลวงตาของความสำเร็จภายนอก: เพลงฉายภาพการต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักมาทั้งชีวิต (I worked my whole life) เพราะคิดว่าถ้าได้ไปยืนอยู่จุดสูงสุด ได้เงินทองมาเยอะๆ ชีวิตจะสมบูรณ์แบบ แต่พอได้มันมาจริงๆ กลับพบความจริงที่ตลกขื่นขมว่า สิ่งเหล่านั้นมันเป็นแค่ทองปลอมชุบพลาสติก (gold's just plastic) ที่ไม่ได้มอบความสุขที่แท้จริงให้แก่จิตใจเลย

ความเหงาและราคาที่ต้องจ่ายให้กับความสำเร็จ: ยิ่งปีนขึ้นไปอยู่สูงในระดับก้อนเมฆ (way up in the clouds) โลกกลับยิ่งตึงเครียดและวุ่นวายหัวหมุนมากขึ้น สิ่งที่ต้องแลกไปคือการห่างเหินจากบ้าน จากครอบครัว และคนที่รัก ท่อนที่บอกว่าขับรถผ่านบ้านเก่าแต่รู้สึกเหินห่างเหลือเกิน สะท้อนความโดดเดี่ยวของคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่หันกลับมาไม่เหลือใครให้แชร์ความรู้สึกด้วย

ความสุขที่แท้จริงอยู่บนพื้นดินเสมอ: จุดตกผลึกที่งดงามที่สุดของเพลงคือประโยค Everything I need is on the ground ซึ่งสอนใจเราว่า ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มนุษย์เราต้องการเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความสุขจริงๆ ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ฉาบฉวย แต่อยู่บนพื้นดิน มันคือความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย เสียงหัวใจของคนรอบข้าง ความสงบสุขในใจ และการยอมรับในสิ่งธรรมดาๆ รอบตัวเราต่างหาก


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "On The Ground" ของ ROSÉ คือบทเพลงเตือนสติคนบ้างานและคนล่าความฝันได้เป็นอย่างดี เพลงนี้สอนให้เรารู้จักบาลานซ์ชีวิต (Work-Life Balance) และไม่หลงลืมที่จะใส่ใจรักษาความสัมพันธ์และสิ่งสำคัญรอบตัวในยามที่เรากำลังมุ่งมั่นเติบโตในหน้าที่การงาน เพราะความสำเร็จภายนอกจะไม่มีความหมายเลย หากเราไปถึงจุดสูงสุดแล้วพบว่าตัวเองต้องยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนก้อนเมฆ

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: