ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

คำแปล คำอ่านเพลง I Knew It, I Knew You (from Toy Story 5) - Taylor Swift (เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับความหมาย และ 10 วลีน่ารู้!)

"Attention" ของ Charlie Puth เป็นเพลงป็อปฟังก์อาร์แอนด์บีที่มาในจังหวะกรู๊ฟสุดหน่วงและไลน์เบสกระแทกหูที่โด่งดังระดับตำนาน มูดของเพลงมีความเซ็กซี่ ขี้เล่น แต่เนื้อแท้กลับเป็นการประชดประชันและฟาดหน้าแฟนเก่าสายปั่นหัวอย่างมีชั้นเชิง ตัวเพลงไม่มีความฟูมฟายเศร้าโศก แต่เต็มไปด้วยความนิ่ง ความมั่นใจ และการรู้เท่าทันเกมความสัมพันธ์ ถือเป็นเพลงมูฟออนสายฉลาดที่ฟังสนุกและกระตุ้นพลังงานความสตรองได้ดีมากๆ

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง I Knew It, I Knew You (from Toy Story 5) - Taylor Swift



 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : I Knew It, I Knew You (from Toy Story 5) + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Taylor Swift
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

I knew you
(อาย นู ยู)
ฉันเคยรู้จักเธอดี

Through the daze of the blades of the grass in summer
(ทรู เธอะ เดซ ออฟ เธอะ เบลดส์ ออฟ เธอะ แกรส อิน ซัมเมอร์)
ผ่านภาพเบลอของยอดใบหญ้าในฤดูร้อนปีนั้น

Parachutes for the free fall of being younger
(พาราชูตส์ ฟอร์ เธอะ ฟรี ฟอล ออฟ บีอิง ยังเกอร์)
ดั่งร่มชูชีพที่ช่วยพยุงชีวิตในวัยเยาว์ที่โลดโผน

I memorized the sound of your bare footsteps running wild
(อาย เมมโมไรซ์ดฺ เธอะ เซาว์ดฺ ออฟ ยัวร์ แบร์ ฟุตสเต็ปส์ รันนิง ไวลด์)
ฉันจำเสียงฝีเท้าเปลือยเปล่าของเธอที่วิ่งเล่นไปทั่วได้ขึ้นใจ

It's been a long time
(อิทส์ บีน อะ ลอง ไทม์)
มันก็นานมามากแล้วนะ

Life has ways of leaving those days behind
(ไลฟ์ แฮส เวย์ส ออฟ ลีฝฝิง โดส เดย์ส บิไฮนด์)
ที่วิถีชีวิตมักทำให้เราต้องทิ้งวันเก่าๆ ไว้เบื้องหลัง

But seeing you tonight
(บัท ซีอิง ยู ทูไนท์)
แต่พอมาได้เจอเธอในคืนนี้

I remembered I loved you
(อาย ริเมมเบอร์ดฺ อาย ลัฝดฺ ยู)
ฉันก็จำได้ทันทีว่าเคยรักเธอ

Came back when it mattered
(เคม แบ็ก เวน อิท แมตเทอร์ดฺ)
ความรู้สึกย้อนคืนมาในวินาทีที่สำคัญ

I saw you, standing there in the light of the window
(อาย ซอ ยู, สแตนดิง แดร์ อิน เธอะ ไลท์ ออฟ เธอะ วินโดว์)
ฉันเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางแสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง

Wearing that same smile
(แวริง แด็ท เซม สไมล์)
ส่งยิ้มพิมพ์ใจดวงเดิมมาให้

Man, it's been a while
(แมน, อิทส์ บีน อะ ไวล์)
ให้ตายสิ นานมากแล้วจริงๆ นะ

But I knew it, I knew you
(บัท อาย นู อิท, อาย นู ยู)
แต่ฉันจำมันได้ดี ฉันรู้จักเธอ

I knew it, I knew you
(อาย นู อิท, อาย นู ยู)
ฉันจำได้แม่นยำ ฉันรู้ใจเธอดี

I knew you, all your blues like a mood ring changing colors
(อาย นู ยู, ออล ยัวร์ บลูส์ ไลก์ อะ มูด ริง เชนจิง คัลเลอร์ส์)
ฉันรู้ทันความหม่นหมองของเธอ ที่เปลี่ยนไวเหมือนแหวนวัดอารมณ์

You did too, there were times we could fight like brothers
(ยู ดิด ทู, แดร์ เวอร์ ไทม์ส วี คูด ไฟท์ ไลก์ บราเธอร์ส์)
เธอก็รู้ใจฉันดี บางทีเราก็ทะเลาะกันบ้านแตกเหมือนพี่น้อง

I watched you drive around the bend
(อาย วอทช์ดฺ ยู ไดรฝ อะราวนด์ เธอะ เบนด์)
ฉันเคยมองดูเธอขับรถลับทางโค้งนั้นไป

For what I thought would be the last time I saw my friend
(ฟอร์ วอท อาย ธอท วูด บี เธอะ ลาสท์ ไทม์ อาย ซอ มาย เฟรนด์)
ซึ่งในตอนนั้นคิดว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอเพื่อนคนนี้

But love has ways of bringing things back to life
(บัท ลัฝ แฮส เวย์ส ออฟ บริงอิง ธิงส์ แบ็ก ทู ไลฟ์)
แต่ความรักมักมีวิธีชุบชีวิตสิ่งต่างๆ ให้ฟื้นคืนมาใหม่

All you said was, "Hi"
(ออล ยู เซด วอส, ไฮ)
และคำแรกที่เธอทักทายก็แค่คำว่า "ไง"

And I remembered I loved you
(แอนด์ อาย ริเมมเบอร์ดฺ อาย ลัฝดฺ ยู)
และฉันก็จำได้ทันทีว่าเคยรักเธอ

Came back when it mattered
(เคม แบ็ก เวน อิท แมตเทอร์ดฺ)
ความรู้สึกย้อนคืนมาในวินาทีที่สำคัญ

I saw you, standing there in the light of the window
(อาย ซอ ยู, สแตนดิง แดร์ อิน เธอะ ไลท์ ออฟ เธอะ วินโดว์)
ฉันเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางแสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง

Wearing that same smile
(แวริง แด็ท เซม สไมล์)
ส่งยิ้มพิมพ์ใจดวงเดิมมาให้

Man, it's been a while
(แมน, อิทส์ บีน อะ ไวล์)
ให้ตายสิ นานมากแล้วจริงๆ นะ

But I knew it, I knew you
(บัท อาย นู อิท, อาย นู ยู)
แต่ฉันจำมันได้ดี ฉันรู้จักเธอ

I knew it, I knew you
(อาย นู อิท, อาย นู ยู)
ฉันจำได้แม่นยำ ฉันรู้ใจเธอดี

I knew it, I knew you
(อาย นู อิท, อาย นู ยู)
ฉันจำได้ดี ฉันเข้าใจเธอ

Oh, the rivers I cried when we said goodbye
(โอ, เธอะ ริฝเวอร์ส์ อาย ครายด์ เวน วี เซด กูดบาย)
โอ้ น้ำตาไหลเป็นสายธารยามที่เราต้องเอ่ยคำลา

Wondering if I'd made it up in my mind
(วันเดอริง อิฟ ไอด์ เมด อิท อัป อิน มาย ไมนด์)
เคยแอบคิดสงสัยว่าฉันแค่คิดไปเองคนเดียวรึเปล่า

But now you look me in the eye
(บัท นาว ยู ลุค มี อิน ดิ อาย)
แต่ตอนนี้เธอกลับมาสบตาฉันตรงๆ

And you told me I loved you
(แอนด์ ยู โทลด์ มี อาย ลัฝดฺ ยู)
และเธอบอกฉันว่าฉันยังคงรักเธออยู่

Came back when it mattered
(เคม แบ็ก เวน อิท แมตเทอร์ดฺ)
ความรู้สึกย้อนคืนมาในวินาทีที่สำคัญ

I saw you, standing there in the light of the window
(อาย ซอ ยู, สแตนดิง แดร์ อิน เธอะ ไลท์ ออฟ เธอะ วินโดว์)
ฉันเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางแสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง

Wearing that same smile
(แวริง แด็ท เซม สไมล์)
ส่งยิ้มพิมพ์ใจดวงเดิมมาให้

Yeah, it's been a while
(เยีย, อิทส์ บีน อะ ไวล์)
ใช่แล้วล่ะ นานมากแล้วจริงๆ

Oh
(โอ)
โอ้

Wearing that same smile
(แวริง แด็ท เซม สไมล์)
กับรอยยิ้มเดิมๆ ดวงนั้น

Man, it's been a while
(แมน, อิทส์ บีน อะ ไวล์)
ให้ตายสิ นานมากแล้วจริงๆ

Wearing that same smile
(แวริง แด็ท เซม สไมล์)
ส่งรอยยิ้มแบบเดิมดวงนั้นมา

Man, it's been a while
(แมน, อิทส์ บีน อะ ไวล์)
พับผ่าสิ นานมากเลยนะ

But I knew it, I knew you
(บัท อาย นู อิท, อาย นู ยู)
แต่ฉันจำมันได้ดี ฉันรู้จักเธอ

I knew it, I knew you
(อาย นู อิท, อาย นู ยู)
ฉันจำได้แม่นยำ ฉันรู้ใจเธอ

Wearing that same smile
(แวริง แด็ท เซม สไมล์)
รอยยิ้มเดิมๆ ที่คุ้นเคย

I knew it, I knew you
(อาย นู อิท, อาย นู ยู)
ฉันจำได้ดี ฉันเข้าใจเธอ

I knew it, I knew you
(อาย นู อิท, อาย นู ยู)
ฉันจำได้แม่นยำ ฉันรู้ใจเธอดี

I knew it
(อาย นู อิท)
ฉันจำได้ทั้งหมดเลย


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "I Knew It, I Knew You"

1. Through the daze
คำอ่าน: (ธรู เธอะ เดซ)
ความหมาย: ท่ามกลางความพร่าเลือน / ความทรงจำที่เลือนราง
ตัวอย่าง: Looking back through the daze of the past, I remember our first playground.
คำอ่านประโยค: ลุค-กิง แบ็ค ธรู เธอะ เดซ ออฟ เธอะ พาสท์ ไอ ริ-เมม-เบอะ เอา-เออะ เฟิร์สท์ เพลย์-กราวนด์
แปลไทย: เมื่อมองย้อนกลับไปท่ามกลางความเลือนรางของอดีต ฉันยังจำสนามเด็กเล่นแห่งแรกของเราได้

2. Free fall
คำอ่าน: (ฟรี ฟอล)
ความหมาย: การร่วงหล่นอย่างอิสระ (ในเพลงเปรียบถึงช่วงชีวิตวัยรุ่นที่โลดโผน ไร้ทิศทาง แต่ก็อิสระ)
ตัวอย่าง: Growing up sometimes feels like a free fall without a safety net.
คำอ่านประโยค: โกร-อิง อัพ ซัม-ไทม์ส ฟีลส์ ไลค์ อะ ฟรี ฟอล วิ-เธาท์ อะ เซฟ-ที เน็ท
แปลไทย: การเติบโตขึ้นบางครั้งมันก็รู้สึกเหมือนการร่วงหล่นอย่างอิสระโดยไม่มีตาข่ายนิรภัยรองรับ

3. Run wild
คำอ่าน: (รัน ไวลด์)
ความหมาย: วิ่งเล่นอย่างอิสระ / ซนตามประสาเด็ก / ปล่อยอารมณ์ไปตามใจคิด
ตัวอย่าง: Let the kittens run wild in the garden; they need some exercise.
คำอ่านประโยค: เล็ท เธอะ คิท-เทนส์ รัน ไวลด์ อิน เธอะ การ์-เดน เดย์ นีด ซัม เอก-เซอะ-ไซส์
แปลไทย: ปล่อยให้พวกน้องแมววิ่งเล่นซนในสวนไปเถอะ พวกมันต้องออกกำลังกายบ้าง

4. Leave behind
คำอ่าน: (ลีฟ บิไฮนด์)
ความหมาย: ทิ้งไว้ข้างหลัง / ละทิ้งอดีตแล้วเดินหน้าต่อ
ตัวอย่าง: It's time to leave your worries behind and focus on your graduation.
คำอ่านประโยค: อิตส์ ไทม์ ทู ลีฟ ยัวร์ เวอ-รีส์ บิ-ไฮนด์ แอนด์ โฟ-คัส ออน ยัวร์ แกรด-จู-เอ-ชัน
แปลไทย: มันถึงเวลาที่ต้องทิ้งความกังวลไว้ข้างหลังแล้วโฟกัสไปที่เรื่องการเรียนจบของคุณนะ

5. It's been a while
คำอ่าน: (อิตส์ บีน อะ ไวล์)
ความหมาย: ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ / ผ่านมาสักพักใหญ่แล้ว
ตัวอย่าง: Man, it's been a while since we last discussed this educational project.
คำอ่านประโยค: แมน อิตส์ บีน อะ ไวล์ ซินส์ วี ลาสท์ ดิส-คัสส์ด ดิส เอ็ด-จู-เค-ชัน-นัล โพร์-เจ็คท์
แปลไทย: ให้ตายสิ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะตั้งแต่ที่เราหารือกันเรื่องโครงการเพื่อการศึกษาครั้งก่อน

6. Mood ring
คำอ่าน: (มูด ริง)
ความหมาย: แหวนเปลี่ยนสีตามอารมณ์ (ของเล่นยอดฮิตในอดีต เปรียบถึงคนที่อารมณ์แปรปรวนง่าย)
ตัวอย่าง: Don't worry about his reaction; his feelings change like a mood ring.
คำอ่านประโยค: โดนท์ เวอ-รี อะ-เบาท์ ฮิส รี-แอค-ชัน ฮิส ฟีล-ลิงส์ เชนจ์ ไลค์ อะ มูด ริง
แปลไทย: อย่าไปกังวลกับปฏิกิริยาของเขาเลย อารมณ์ของเขาเปลี่ยนไวเหมือนแหวนเปลี่ยนสีนั่นแหละ

7. Drive around the bend
คำอ่าน: (ไดรฟ์ อะราวนด์ เธอะ เบนด์)
ความหมาย: ขับรถลับทางโค้งไป (นอกจากนี้ยังเป็นสแลงแปลว่า "ทำให้เป็นบ้าหรือสติแตก" ได้ด้วย)
ตัวอย่าง: Watching him drive around the bend made me realize he was really leaving.
คำอ่านประโยค: วอทช์-กิง ฮิม ไดรฟ์ อะ-ราวนด์ เธอะ เบนด์ เมด มี รี-อะ-ไลซ์ ฮี วอส เรียล-ลี ลีฟ-วิง
แปลไทย: การมองเขาขับรถลับทางโค้งไปทำให้ฉันตระหนักได้ว่าเขา กำลังจะจากไปจริง ๆ

8. Bring back to life
คำอ่าน: (บริง แบ็ค ทู ไลฟ์)
ความหมาย: ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ / ทำให้สิ่งเก่า ๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ตัวอย่าง: This old Lanna craft project aims to bring traditional weaving back to life.
คำอ่านประโยค: ดิส โอลด์ ล้าน-นา คราฟท์ โพร์-เจ็คท์ เอมส์ ทู บริง ทระ-ดิ-ชัน-นัล วี-วิง แบ็ค ทู ไลฟ์
แปลไทย: โครงการหัตถกรรมล้านนาโบราณนี้มีเป้าหมายเพื่อชุบชีวิตงานจักสานพื้นบ้านให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

9. Made it up in my mind
คำอ่าน: (เมด อิต อัพ อิน มาย ไมนด์)
ความหมาย: คิดไปเอง / มโนไปเอง / สร้างเรื่องขึ้นมาในหัวเอง
ตัวอย่าง: Did she actually agree to register, or did I just make it up in my mind?
คำอ่านประโยค: ดิด ชี แอค-ชู-อัล-ลี อะ-กรี ทู เรด-จิส-เตอะ ออร์ ดิด ไอ จัสท์ เมค อิต อัพ อิน มาย ไมนด์
แปลไทย: เธอตกลงที่จะมาลงทะเบียนจริง ๆ หรือว่าฉันแค่คิดไปเองในหัวนะ?

10. Look me in the eye
คำอ่าน: (ลุค มี อิน ดิ อาย)
ความหมาย: จ้องตาฉันตรง ๆ / มองหน้ากันอย่างเปิดเผยและจริงใจ
ตัวอย่าง: Please look me in the eye and tell me the truth about the research data.
คำอ่านประโยค: พลีซ ลุค มี อิน เธอะ ไอ แอนด์ เทล มี เธอะ ทรูธ อะ-เบาท์ เธอะ รี-เซิร์ช เด-ตา
แปลไทย: ได้โปรดสบตาฉันตรง ๆ แล้วบอกความจริงเกี่ยวกับข้อมูลงานวิจัยชิ้นนั้นมาเถอะ

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "I Knew It, I Knew You"

"I Knew It, I Knew You" คือบทเพลงที่เฉลิมฉลองให้กับ "มิตรภาพที่แท้จริง" ซึ่งอยู่เหนือกาลเวลาและไม่มีวันเสื่อมคลายลงไปตามวัยที่เติบโตขึ้น

เนื้อหาของเพลงถ่ายทอดภาพความทรงจำในอดีตยามหน้าร้อนอันแสนสดใส (through the daze of the blades of the grass) ที่ซึ่งเพื่อนคนหนึ่งเคยเปรียบเสมือนร่มชูชีพคอยประคองเราในวันที่ชีวิตไร้ทิศทาง แม้ว่ากาลเวลาและวิถีชีวิตจะพัดพาให้ต้องแยกย้ายและทิ้งวันเวลาเหล่านั้นไว้ข้างหลัง (Life has ways of leaving those days behind) จนแอบหวั่นใจและระแวงไปเองว่า ความผูกพันอันลึกซึ้งในอดีตนั้นเป็นแค่สิ่งที่เรามโนไปเองคนเดียวหรือเปล่า (Wondering if I'd made it up in my mind)

แต่ในวินาทีที่กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เพียงแค่คำทักทายสั้น ๆ ว่า "ไง" (All you said was, "Hi") ควบคู่กับรอยยิ้มเดิม ๆ ที่คุ้นเคยริมหน้าต่าง กำแพงของกาลเวลาก็พังทลายลงทันที ผู้ร้องตระหนักได้ในเวลานั้นเองว่า ต่างฝ่ายต่างยังคง "รู้จักและเข้าใจ" ตัวตนของกันและกันอย่างทะลุปรุโปร่งเหมือนวันเก่า ๆ รู้แม้กระทั่งอารมณ์ที่เปลี่ยนไปเหมือนแหวนเปลี่ยนสี มันคือข้อพิสูจน์ว่าพลังแห่งความผูกพันและรักแท้ มีวิธีชุบชีวิตความทรงจำเก่า ๆ ให้ฟื้นคืนกลับมางดงามได้เสมอเมื่อถึงเวลาที่สำคัญที่สุด


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "I Knew It, I Knew You" ของ Taylor Swift มอบแง่คิดและมุมมองที่แสนอบอุ่นในเรื่องของความสัมพันธ์ว่า “ระยะทางและเวลาอาจพรากเราออกจากกันได้ แต่ไม่มีวันพรากความเข้าใจและตัวตนที่เราเคยมีร่วมกันไปได้เลย” เพื่อนแท้หรือสิ่งของที่เป็นความทรงจำล้ำค่าในวัยเด็ก ต่อให้ไม่ได้เจอกันเนิ่นนานแค่ไหน แต่เมื่อวันหนึ่งที่โคจรกลับมาพบกัน สายตาและรอยยิ้มเดิม ๆ จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เราต่อกันติดได้ในทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดอะไรมากมายเลยค่ะ 🌸

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: