ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

คำแปล คำอ่านเพลง call it the end – ROSÉ (ความหมาย เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับ 10 วลีน่ารู้!)

แนะนำ :
 กดเปิดเพลงไปด้วย ^^

ยืนอยู่ตรงทางแยกของความรู้สึกที่ไม่มีป้ายบอกทาง แล้วมาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลไปพร้อมกัน คราวนี้พามาแกะศัพท์และซึมซับอารมณ์ความสับสนผ่านบทเพลงละมุนปนเศร้าอย่าง "call it the end" ของ ROSÉ น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ถ่ายทอดภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อความสัมพันธ์เดินทางมาถึงจุดที่ต้องเลือกว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ 🚦💔

เมโลดี้ที่เรียบง่ายแต่สะกิดใจ สะท้อนความลังเลใจในสถานะที่ไม่ชัดเจน จะเรียกว่าแฟน เป็นคนรัก หรือเหลือแค่คนเคยรู้จักกันแน่ เนื้อเพลงเต็มไปด้วยสำนวนและประโยคคำถามติดปากที่เจอบ่อยในชีวิตจริง เหมาะมากสำหรับการอัปสกิลภาษาอังกฤษผ่านฟีลลิ่งคนลังเล ลองเปิดฟังคลอตามเพื่อสัมผัสความสับสนนี้ได้เลย 🎧🌧️

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลย

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง call it the end – ROSÉ




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : call it the end + คำอ่านไทย
ศิลปิน : ROSÉ
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

We're at a crossroad
(เวียร์ แอ็ท อะ ครอส-โรด)
เรากำลังอยู่ตรงทางแยก

And we don't know which way to go
(แอนด์ วี โดนท์ โนว์ วิช เวย์ ทู โก)
และไม่รู้เลยว่าจะไปทางไหนดี

Part of me lost hope
(พาร์ท ออฟ มี ลอสท์ โฮป)
ใจหนึ่งก็หมดหวังไปแล้ว

And part of me just can't let go
(แอนด์ พาร์ท ออฟ มี จัสท์ แคนท์ เล็ท โก)
แต่อีกใจก็ยังตัดไม่ขาดสักที

We said we'd cross those bridges when they came
(วี เซด วีด ครอส โธส บริดจ์-เจส เวน เธย์ เคมี)
เราเคยบอกว่าถึงเวลาค่อยคิด

Now it's time to give it a name
(เนา อิทส์ ไทม์ ทู กิฝ อิท อะ เนม)
แต่วันนี้ต้องนิยามมันเสียที

Yeah we're at a crossroad
(เย่ เวียร์ แอ็ท อะ ครอส-โรด)
ใช่แล้ว เรากำลังยืนอยู่ตรงทางแยก

So baby let me know
(โซ เบ-บี เล็ท มี โนว์)
บอกฉันมาเถอะที่รัก

Do I call you my ex
(ดู ไอ คอล ยู มาย เอ็กซ์)
ฉันควรเรียกเธอว่าแฟนเก่า

Or do I call you my boyfriend
(ออร์ ดู ไอ คอล ยู มาย บอย-เฟรนด์)
หรือต้องเรียกว่าแฟนดี

Call you a lover, do I call you a friend
(คอล ยู อะ ลัฝ-เฝอะ, ดู ไอ คอล ยู อะ เฟรนด์)
เรียกคนรัก หรือจะให้เรียกว่าเพื่อน

Call you the one or the one that got away
(คอล ยู เธอะ วัน ออร์ เธอะ วัน แธท ก็อท อะ-เวย์)
คนที่ใช่ หรือคนที่หลุดลอยไป

Someone I'll just have to forget
(ซัม-วัน ไอล์ จัสท์ แฮฝ ทู ฟอร์-เก็ท)
หรือคนที่ฉันคงต้องลืม

Do I call you every night you're gone
(ดู ไอ คอล ยู เอฝ-รี ไนท์ ยัวร์ กอน)
ฉันควรโทรหาเธอทุกคืนที่ห่างกัน

Or never call you again
(ออร์ เนฟ-เวอะ คอล ยู อะ-เกน)
หรือไม่โทรหาเธออีกเลย

Do we have a future
(ดู วี แฮฝ อะ ฟิว-เชอะ)
เรายังมีอนาคตร่วมกันไหม

Or should I call it the end
(ออร์ ชูด ไอ คอล อิท ธิ เอ็นด์)
หรือฉันควรบอกลาให้มันจบลง

We were a moment
(วี เวิร์ อะ โม-เมินท์)
เราเคยเป็นช่วงเวลาที่ดี

And you were my only true oasis
(แอนด์ ยู เวิร์ มาย โอวน-ลี ทรู โอ-เอ-ซิส)
และเธอเคยเป็นที่พักใจเดียวของฉัน

Now all those oceans
(เนา ออล โธส โอ-เชินส์)
แต่วันนี้ท้องทะเลทั้งสาย

Are falling down our faces
(อาร์ ฟอล-ลิง เดาน์ เอาร์ เฟซ-เซส)
กลับรินไหลเปรอะเปื้อนหน้าเราสองคน

So if we don't see it through
(โซ อิฟ วี โดนท์ ซี อิท ธรู)
ถ้าเราไปต่อไม่ถึงปลายทาง

I'm a better me because of you
(ไอม์ อะ เบท-เทอร์ มี บิ-คอส ออฟ ยู)
ฉันก็เป็นคนที่ดีขึ้นได้เพราะเธอ

Yeah we're at a crossroad
(เย่ เวียร์ แอ็ท อะ ครอส-โรด)
ใช่แล้ว เรากำลังยืนอยู่ตรงทางแยก

So baby let me know
(โซ เบ-บี เล็ท มี โนว์)
บอกฉันมาเถอะที่รัก

Do I call you my ex
(ดู ไอ คอล ยู มาย เอ็กซ์)
ฉันควรเรียกเธอว่าแฟนเก่า

Or do I call you my boyfriend
(ออร์ ดู ไอ คอล ยู มาย บอย-เฟรนด์)
หรือต้องเรียกว่าแฟนดี

Call you a lover, do I call you a friend
(คอล ยู อะ ลัฝ-เฝอะ, ดู ไอ คอล ยู อะ เฟรนด์)
เรียกคนรัก หรือจะให้เรียกว่าเพื่อน

Call you the one or the one that got away
(คอล ยู เธอะ วัน ออร์ เธอะ วัน แธท ก็อท อะ-เวย์)
คนที่ใช่ หรือคนที่หลุดลอยไป

Someone I'll just have to forget
(ซัม-วัน ไอล์ จัสท์ แฮฝ ทู ฟอร์-เก็ท)
หรือคนที่ฉันคงต้องลืม

Do I call you every night you're gone
(ดู ไอ คอล ยู เอฝ-รี ไนท์ ยัวร์ กอน)
ฉันควรโทรหาเธอทุกคืนที่ห่างกัน

Or never call you again
(ออร์ เนฟ-เวอะ คอล ยู อะ-เกน)
หรือไม่โทรหาเธออีกเลย

Do we have a future
(ดู วี แฮฝ อะ ฟิว-เชอะ)
เรายังมีอนาคตร่วมกันไหม

Or should I call it the end
(ออร์ ชูด ไอ คอล อิท ธิ เอ็นด์)
หรือฉันควรบอกลาให้มันจบลง

Should I call it the end
(ชูด ไอ คอล อิท ธิ เอ็นด์)
ฉันควรบอกลาให้มันจบลงไหม

Are we lovers or friends
(อาร์ วี ลัฝ-เฝอร์ส ออร์ เฟรนด์ส)
เราเป็นคนรักหรือแค่เพื่อนกัน

Cause it's as good as it gets
(คอส อิทส์ แอส กูด แอส อิท เก็ทส์)
เพราะคงดีไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

Should I call it the end
(ชูด ไอ คอล อิท ธิ เอ็นด์)
ฉันควรบอกลาให้มันจบลงใช่ไหม



🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "call it the end – ROSÉ"

1. At a crossroad
คำอ่าน: (แอ็ท อะ ครอส-โรด)
ความหมาย: อยู่ตรงทางแยก / ถึงจุดที่ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางสำคัญ
ตัวอย่าง: After working for five years, he felt he was at a crossroad in his career.
คำอ่านประโยค: อาฟ-เทอร์ เวิร์ก-กิง ฟอร์ ไฟฝ เยียร์ส, ฮี เฟ็ลท์ ฮี เวิอส แอ็ท อะ ครอส-โรด อิน ฮิส คะ-เรียร์
แปลไทย: หลังจากทำงานมาได้ห้าปี เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ตรงทางแยกสำคัญในสายอาชีพ

2. Can't let go
คำอ่าน: (แคนท์ เล็ท โก)
ความหมาย: ปล่อยวางไม่ได้ / ยังตัดใจไม่ลง
ตัวอย่าง: It is hard to move forward when you can't let go of the past.
คำอ่านประโยค: อิท อิซ ฮาร์ด ทู มูฝ ฟอร์-เวิร์ด เวน ยู แคนท์ เล็ท โก ออฟ เธอะ พาสท์
แปลไทย: มันยากที่จะก้าวไปข้างหน้าถ้าคุณยังตัดใจปล่อยวางอดีตไม่ได้

3. Cross that bridge when it comes
คำอ่าน: (ครอส แธท บริดจ์ เวน อิท คัมส์)
ความหมาย: ค่อยไปจัดการปัญหาเมื่อถึงเวลานั้น / ไม่ต้องกังวลล่วงหน้าจนเกินไป
ตัวอย่าง: Don't worry about the final exam today, we can cross that bridge when it comes.
คำอ่านประโยค: โดนท์ เวิร์ก-รี อะ-เบาท์ เธอะ ไฟ-เนิล เอ็ก-แซม ทู-เดย์, วี แคน ครอส แธท บริดจ์ เวน อิท คัมส์
แปลไทย: วันนี้อย่าเพิ่งไปกังวลกับการสอบไฟนอลเลย ถึงเวลาแล้วค่อยไปแก้ปัญหาตรงนั้นกัน

4. Give it a name
คำอ่าน: (กิฝ อิท อะ เนม)
ความหมาย: นิยามสถานะให้ชัดเจน / เรียกสิ่งนั้นให้ตรงกับความเป็นจริง
ตัวอย่าง: They have been dating for months, so they finally decided to give it a name.
คำอ่านประโยค: เธย์ แฮฝ บีน เดท-ทิง ฟอร์ มันธ์ส, โซ เธย์ ไฟ-เนิล-ลี ดิ-ไซ-ดิด ทู กิฝ อิท อะ เนม
แปลไทย: พวกเขาคุยและไปไหนมาไหนด้วยกันหลายเดือนแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจระบุสถานะให้ชัดเจน

5. The one that got away
คำอ่าน: (เธอะ วัน แธท ก็อท อะ-เวย์)
ความหมาย: คนที่หลุดลอยไป / คนที่เคยคิดว่าใช่แต่พลาดโอกาสได้คู่กัน
ตัวอย่าง: Even after all these years, she is still remembered as the one that got away.
คำอ่านประโยค: อี-เฝิน อาฟ-เทอร์ ออล ธีส เยียร์ส, ชี อิซ สติล รี-เมม-เบิร์ด แอส เธอะ วัน แธท ก็อท อะ-เวย์
แปลไทย: แม้จะผ่านไปหลายปี เธอก็ยังคงถูกจดจำในฐานะคนสำคัญที่เคยหลุดลอยไปเสมอ

6. Call it the end
คำอ่าน: (คอล อิท ธิ เอ็นด์)
ความหมาย: บอกลากันอย่างเป็นทางการ / จบความสัมพันธ์ลงตรงนี้
ตัวอย่าง: We tried our best to fix the project, but we might have to call it the end.
คำอ่านประโยค: วี ไทรด์ เอาร์ เบสต์ ทู ฟิกซ์ เธอะ โพร-เจกต์, บัท วี ไมท์ แฮฝ ทู คอล อิท ธิ เอ็นด์
แปลไทย: พวกเราพยายามกู้โปรเจกต์อย่างสุดความสามารถแล้ว แต่คงต้องยอมยุติมันลงเพียงเท่านี้

7. Oasis
คำอ่าน: (โอ-เอ-ซิส)
ความหมาย: แหล่งพักพิงใจ / พื้นที่ปลอดภัยท่ามกลางความแห้งแล้งหรือเหนื่อยล้า
ตัวอย่าง: This quiet coffee shop became my little oasis during a busy workday.
คำอ่านประโยค: ธิส คไว-เอ็ท คอฟ-ฟี ช็อป บิ-เคม มาย ลิท-เทิล โอ-เอ-ซิส ดิว-ริง อะ บิซ-ซี เวิร์ก-เดย์
แปลไทย: ร้านกาแฟอันเงียบสงบแห่งนี้กลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของฉันระหว่างวันทำงานอันแสนวุ่นวาย

8. See it through
คำอ่าน: (ซี อิท ธรู)
ความหมาย: เดินหน้าต่อจนถึงที่สุด / ทำไปให้ตลอดรอดฝั่ง
ตัวอย่าง: The training was exhausting, but everyone wanted to see it through.
คำอ่านประโยค: เธอะ เทรน-นิง เวิอส เอ็ก-ซอส-ทิง, บัท เอฝ-รี-วัน วอน-ทิด ทู ซี อิท ธรู
แปลไทย: การฝึกซ้อมเหน็ดเหนื่อยมาก แต่ทุกคนก็อยากจะอดทนทำมันต่อไปให้จนจบ

9. A better me
คำอ่าน: (อะ เบท-เทอร์ มี)
ความหมาย: ตัวฉันในเวอร์ชันที่ดีขึ้น / ตัวเราที่เติบโตและพัฒนาขึ้น
ตัวอย่าง: Going through those challenges made me a better me today.
คำอ่านประโยค: โก-อิง ธรู โธส แชล-เลน-เจส เมด มี อะ เบท-เทอร์ มี ทู-เดย์
แปลไทย: การผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ทำให้ฉันกลายเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นในวันนี้

10. As good as it gets
คำอ่าน: (แอส กูด แอส อิท เก็ทส์)
ความหมาย: ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว / คงทำได้ดีไม่เกินไปกว่านี้
ตัวอย่าง: This peaceful weekend is as good as it gets before the busy semester starts.
คำอ่านประโยค: ธิส พีซ-ฟูล วีก-เอนด์ อิซ แอส กูด แอส อิท เก็ทส์ บิ-ฟอร์ เธอะ บิซ-ซี ซิ-เมส-เทอร์ สตาร์ทส์
แปลไทย: วันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนสงบนี้ถือว่าดีที่สุดเท่าที่จะมีได้แล้ว ก่อนที่เทอมอันวุ่นวายจะเริ่มต้นขึ้น

💖 ความหมายของเพลง "call it the end – ROSÉ"

"call it the end" ถ่ายทอดห้วงอารมณ์ของความสัมพันธ์ที่มาถึงทางตัน เมื่อความรักเริ่มหมดพลัง และถึงเวลาต้องยอมรับความจริงว่าจะต้องเอ่ยคำลากันหรือไม่

ตัวเพลงเปิดด้วยภาพของคนที่ยืนอยู่ตรงทางแยก (at a crossroad) ใจหนึ่งหมดหวังที่จะยื้อต่อไป แต่อีกใจกลับยังตัดความผูกพันไม่ขาด ที่ผ่านมาอาจเคยสัญญากันว่าจะค่อยๆ รับมือกับปัญหาเมื่อมันมาถึง แต่ตอนนี้สถานการณ์บีบให้ต้องตอบคำถามที่น่าอึดอัดที่สุดว่า ตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกันแน่ จะเป็นแฟน เป็นคนรัก หรือลดสถานะเหลือแค่เพื่อน หรือกลายเป็นเพียงคนหนึ่งที่ต้องพยายามลืมไปจากชีวิต ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกันรุนแรง แต่เกิดจากความไม่ชัดเจนและการต้องเลือกระหว่างการทนอยู่กับความคลุมเครือกับการตัดใจจบมันลง 🥀🧭

แม้จะมีความเสียดายและคราบน้ำตาจากความทรงจำที่เคยงดงาม (you were my only true oasis) แต่เพลงก็สะท้อนมุมมองที่เติบโตขึ้นอย่างน่าชื่นชม เพราะถึงแม้ว่าความสัมพันธ์นี้จะไม่ได้ไปต่อจนถึงปลายทาง แต่อย่างน้อยช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกันก็หล่อหลอมให้กลายเป็นคนที่โตขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม การตั้งคำถามว่าควรยุติความสัมพันธ์นี้ลงไหม จึงไม่ใช่การยอมแพ้ด้วยความเคียดแค้น แต่เป็นการถามหาความจริงใจเพื่อที่ทั้งคู่จะได้ไม่ต้องทรมานกับความไม่แน่นอนอีกต่อไป 🌧️🤍


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างทุกคน 🎧

เพลง "call it the end" ของ ROSÉ สะท้อนภาวะความลังเลใจในความรักที่ทุกคนอาจเคยสัมผัส การยอมรับความจริงว่าบางความสัมพันธ์อาจเดินมาสุดทางแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ช่วยเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้เริ่มต้นใหม่ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งและได้ศัพท์สำนวนภาษาอังกฤษดีๆ เอาไปใช้กัน 🚦✨

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: