ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562

คำแปล คำอ่านเพลง Call Out My Name – The Weeknd (ความหมาย เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับ 10 วลีน่ารู้!)

แนะนำ :
 กดเปิดเพลงไปด้วย ^^

ด่ำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ของความรักที่เจ็บปวดและมาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลกัน วันนี้เราจะพาทุกคนมาแกะศัพท์และฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทเพลงอาร์แอนด์บีสุดหม่นหมองอย่าง "Call Out My Name" ของ The Weeknd ศิลปินหนุ่มผู้มีน้ำเสียงบาดลึกบาดใจ เพลงนี้จะพาเราไปสัมผัสกับความรู้สึกของคนที่ทุ่มเทใจให้หมดหน้าตัก ยอมทำทุกอย่างเพื่อเยียวยาคนที่รัก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นแค่ทางผ่านและต้องติดอยู่ในความทรงจำที่สลัดไม่หลุด 🖤🥀

เนื้อหาของเพลงถ่ายทอดความขื่นขมของคนที่ยอมเสียสละแม้กระทั่งชิ้นส่วนของตัวเองเพื่อประคับประคองอีกฝ่าย แต่เมื่อเธอหายดีเธอกลับเดินจากไป ทิ้งให้เราจมอยู่กับความรักที่จบลงแต่มูฟออนไม่ได้ เป็นเพลงที่นอกจากจะบาดลึกกินใจแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยคำศัพท์เชิงเปรียบเทียบและสำนวนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความเจ็บปวด แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยเพื่อฝึกทักษะการฟังสำเนียงที่ถูกต้อง พร้อมแล้วมาร่วมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง Call Out My Name – The Weeknd




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : Call Out My Name + คำอ่านไทย
ศิลปิน : The Weeknd
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

We found each other
(วี ฟาวนด์ อีช อัธเธอะ)
เราต่างได้พบกันและกัน

I helped you out of a broken place
(ไอ เฮลปต์ ยู เอาท์ ออฟ อะ โบรเคน เพลส)
ฉันดึงเธอขึ้นมาจากจุดที่พังทลาย

You gave me comfort
(ยู เกฝ มี คัมเฟิร์ต)
เธอมอบความปลอบโยนให้ฉัน

But falling for you was my mistake
(บัท ฟอลลิง ฟอร์ ยู วอส มาย มิสเทค)
แต่การตกหลุมรักเธอคือความผิดพลาด

I put you on top, I put you on top
(ไอ พุท ยู ออน ท็อป, ไอ พุท ยู ออน ท็อป)
ฉันเทิดทูนเธอไว้เหนือใคร ยกเธอไว้สูงสุด

I claimed you so proud and openly
(ไอ เคลมด์ ยู โซ พราวด์ แอนด์ โอเพนลี)
ประกาศว่าเป็นแฟนอย่างภูมิใจและเปิดเผย

And when times were rough, when times were rough
(แอนด์ เวน ไทม์ส์ เวาร์ รัฟ, เวน ไทม์ส์ เวาร์ รัฟ)
และในยามที่ยากลำบาก ในช่วงเวลาที่มืดมน

I made sure I held you close to me
(ไอ เมด ชัวร์ ไอ เฮลด์ ยู โคลส ทู มี)
ฉันมั่นใจว่าได้กอดเธอไว้แนบกาย

So call out my name (call out my name)
(โซ คอล เอาท์ มาย เนม (คอล เอาท์ มาย เนม))
ดังนั้นจงเรียกชื่อฉัน (เรียกชื่อของฉัน)

Call out my name when I kiss you so gently
(คอล เอาท์ มาย เนม เวน ไอ คิส ยู โซ เจนท์ลี)
เรียกชื่อฉันในตอนที่ฉันจูบเธออย่างแผ่วเบา

I want you to stay (want you to stay)
(ไอ วอนท์ ยู ทู สเตย์ (วอนท์ ยู ทู สเตย์))
ฉันอยากให้เธออยู่ต่อ (อยากให้เธออยู่ตรงนี้)

I want you to stay, even though you don't want me
(ไอ วอนท์ ยู ทู สเตย์, อีเวน โธ ยู โดนท์ วอนท์ มี)
ฉันอยากให้เธออยู่ แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการฉันแล้ว

Girl, why can't you wait? (Why can't you wait, baby?)
(เกิร์ล, วาย แคนท์ ยู เวด? (วาย แคนท์ ยู เวด, เบบี?))
ที่รัก ทำไมเธอรอไม่ได้? (ทำไมถึงรอไม่ได้ล่ะ)

Girl, why can't you wait 'til I fall out of love?
(เกิร์ล, วาย แคนท์ ยู เวด ทิล ไอ ฟอล เอาท์ ออฟ ลัฝ?)
เธอ ทำไมไม่รอจนกว่าฉันจะหมดรักเธอก่อน?

Won't you call out my name? (Call out my name)
(โวนท์ ยู คอล เอาท์ มาย เนม? (คอล เอาท์ มาย เนม))
เธอจะไม่ยอมเรียกชื่อฉันหน่อยเหรอ? (เรียกชื่อฉันสิ)

Girl, call out my name, and I'll be on my way and
(เกิร์ล, คอล เอาท์ มาย เนม, แอนด์ อายล์ บี ออน มาย เวย์ แอนด์)
เธอแค่เรียกชื่อฉัน แล้วฉันจะรีบไปหาทันที และ

I'll be on my
(อายล์ บี ออน มาย)
ฉันจะไปอยู่ตรงนั้น

I said I didn't feel nothing, baby, but I lied
(ไอ เซด ไอ ดิดเอนท์ ฟีล นัธธิง, เบบี, บัท ไอ ไลด์)
ฉันบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยที่รัก แต่ฉันโกหก

I almost cut a piece of myself for your life
(ไอ โอลโมสต์ คัท อะ พีซ ออฟ มายเซลฟ์ ฟอร์ ยัวร์ ไลฟ์)
ฉันแทบจะเฉือนชิ้นส่วนร่างกายตัวเองเพื่อต่อชีวิตเธอ

Guess I was just another pit stop
(เกส ไอ วอส จัสท์ อะนัธเธอะ พิท สต็อป)
คงคิดว่าฉันเป็นแค่จุดพักรถจุดหนึ่งล่ะมั้ง

'Til you made up your mind
(ทิล ยู เมด อัพ ยัวร์ มายนด์)
ในระหว่างที่เธอรอตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่

You just wasted my time
(ยู จัสท์ เวดเตด มาย ไทม์)
เธอแม่งแค่มาทำให้ฉันเสียเวลาเปล่า

You were on top, I put you on top
(ยู เวาร์ ออน ท็อป, ไอ พุท ยู ออน ท็อป)
เธออยู่จุดสูงสุด ฉันเป็นคนยกเธอไว้เหนือใคร

I claimed you so proud and openly, babe
(ไอ เคลมด์ ยู โซ พราวด์ แอนด์ โอเพนลี, เบบ)
ประกาศว่าเป็นแฟนอย่างภูมิใจและเปิดเผยเลยนะเธอ

And when times were rough, when times were rough
(แอนด์ เวน ไทม์ส์ เวาร์ รัฟ, เวน ไทม์ส์ เวาร์ รัฟ)
และในยามที่ยากลำบาก ในช่วงเวลาที่มืดมน

I made sure I held you close to me!
(ไอ เมด ชัวร์ ไอ เฮลด์ ยู โคลส ทู มี!)
ฉันมั่นใจว่าได้กอดเธอไว้แนบกายไม่ยอมปล่อย!

So call out my name (call out my name, baby)
(โซ คอล เอาท์ มาย เนม (คอล เอาท์ มาย เนม, เบบี))
ดังนั้นจงเรียกชื่อฉัน (เรียกชื่อของฉันนะที่รัก)

So call out my name when I kiss you
(โซ คอล เอาท์ มาย เนม เวน ไอ คิส ยู)
ดังนั้นจงเรียกชื่อฉันในตอนที่ฉันจูบเธอ

So gently, oh, I want you to stay (I want you to stay)
(โซ เจนท์ลี, โอ, ไอ วอนท์ ยู ทู สเตย์ (ไอ วอนท์ ยู ทู สเตย์))
อย่างแผ่วเบา โอ้ ฉันอยากให้เธออยู่ต่อ (อยากให้อยู่ตรงนี้)

I want you to stay even though you don't want me
(ไอ วอนท์ ยู ทู สเตย์ อีเวน โธ ยู โดนท์ วอนท์ มี)
ฉันอยากให้เธออยู่ แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการฉันแล้ว

Girl, why can't you wait? (Girl, why can't you wait 'til I?)
(เกิร์ล, วาย แคนท์ ยู เวด? (เกิร์ล, วาย แคนท์ ยู เวด ทิล ไอ?))
ที่รัก ทำไมเธอรอไม่ได้? (เธอ ทำไมรอไม่ได้จนกระทั่งฉัน...)

Girl, why can't you wait 'til I fall out of loving?
(เกิร์ล, วาย แคนท์ ยู เวด ทิล ไอ ฟอล เอาท์ ออฟ ลัฝวิง?)
เธอ ทำไมไม่รอจนกว่าฉันจะหมดรักเธอก่อนล่ะ?

Babe, call out my name (say call out my name, baby)
(เบบ, คอล เอาท์ มาย เนม (เซย์ คอล เอาท์ มาย เนม, เบบี))
ที่รัก เรียกชื่อฉันสิ (บอกให้เรียกชื่อของฉันไงที่รัก)

Girl, call out my name, and I'll be on my way
(เกิร์ล, คอล เอาท์ มาย เนม, แอนด์ อายล์ บี ออน มาย เวย์)
เธอแค่เรียกชื่อฉัน แล้วฉันจะรีบไปหาทันที

And I'll be on my
(แอนด์ อายล์ บี ออน มาย)
และฉันจะไปอยู่ตรงนั้น

On my way, on my way
(ออน มาย เวย์, ออน มาย เวย์)
กำลังไปหา กำลังไปหาเธอ

On my way, on my way, ooh
(ออน มาย เวย์, ออน มาย เวย์, อู้ว)
กำลังไปหา กำลังไปหาเธอ โฮ

On my way, on my way, on my way
(ออน มาย เวย์, ออน มาย เวย์, ออน มาย เวย์)
รีบเดินทางไป รีบเดินทางไป รีบไปหาเธอ

On my way, on my way, on my way
(ออน มาย เวย์, ออน มาย เวย์, ออน มาย เวย์)
รีบเดินทางไป รีบเดินทางไป รีบไปหาเธอ

(On my)
(ออน มาย)
(ไปหาเธอ)


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "Call Out My Name – The Weeknd"

1. Broken place
คำอ่าน: (โบรเคน เพลส)
ความหมาย: สภาวะที่จิตใจพังทลาย / ช่วงเวลาที่ชีวิตย่ำแย่และอ่อนแอขั้นสุด
ตัวอย่าง: After losing his job, he was in a broken place for a few months.
คำอ่านประโยค: อาฟ-เตอร์ ลู-ซิง ฮิส จ็อบ, ฮี วอส อิน อะ โบร-เคน เพลส ฟอร์ อะ ฟิว มัธส์
แปลไทย: หลังจากตกงาน เขาก็จมอยู่กับสภาวะจิตใจที่พังทลายอยู่สองสามเดือน

2. Fall for someone
คำอ่าน: (ฟอล ฟอร์ ซัมวัน)
ความหมาย: ตกหลุมรักใครบางคน / เริ่มมีใจให้
ตัวอย่าง: I think I am starting to fall for my close friend.
คำอ่านประโยค: ไอ ธิงค์ ไอ แอม สตาร์ท-ทิง ทู ฟอล ฟอร์ มาย โคลส เฟรนด์
แปลไทย: ฉันคิดว่าฉันเริ่มจะตกหลุมรักเพื่อนสนิทตัวเองเข้าให้แล้วล่ะ

3. Put someone on top
คำอ่าน: (พุท ซัมวัน ออน ท็อป)
ความหมาย: ให้ความสำคัญกับใครบางคนเป็นอันดับแรก / เทิดทูนไว้เหนือสิ่งอื่นใด
ตัวอย่าง: She always puts her family on top when making big decisions.
คำอ่านประโยค: ชี โอล-เวส์ พุทส์ เฮอร์ แฟม-อิ-ลี ออน ท็อป เวน เม-คิง บิก ดี-ซิ-ชันส์
แปลไทย: เธอมักจะให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรกเสมอเวลาต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ

4. Claim someone
คำอ่าน: (เคลม ซัมวัน)
ความหมาย: ประกาศความเป็นเจ้าของ / เปิดตัวว่าเป็นคนรักอย่างเป็นทางการ
ตัวอย่าง: He finally claimed her as his girlfriend at the party last night.
คำอ่านประโยค: ฮี ไฟ-นัล-ลี เคลมด์ เฮอร์ แอซ ฮิส เกิร์ล-เฟรนด์ แอท เธอะ พาร์-ที ลาสท์ ไนท์
แปลไทย: ในที่สุดเขาก็เปิดตัวเธอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการในงานปาร์ตี้เมื่อคืนนี้

5. Rough times
คำอ่าน: (รัฟ ไทม์ส์)
ความหมาย: ช่วงเวลาที่ยากลำบาก / ช่วงชีวิตที่มีแต่อุปสรรค
ตัวอย่าง: We need to support each other during these rough times.
คำอ่านประโยค: วี นีด ทู ซัพ-พอร์ต อีช อัธ-เธอะ ดิว-ริง ธีซ รัฟ ไทม์ส์
แปลไทย: พวกเราจำเป็นต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้

6. Call out my name
คำอยาก: (คอล เอาท์ มาย เนม)
ความหมาย: เรียกชื่อฉัน / ร้องเรียกหาฉันเมื่อต้องการความช่วยเหลือ
ตัวอย่าง: Just call out my name if you need any help with the heavy boxes.
คำอ่านประโยค: จัสท์ คอล เอาท์ มาย เนม อิฟ ยู นีด เอน-ไอ เฮลป์ วิธ เธอะ เฮ-วี บ็อก-เซส
แปลไทย: แค่เรียกชื่อฉันนะถ้าเธอต้องการให้ช่วยยกกล่องหนัก ๆ พวกนี้

7. Fall out of love
คำอ่าน: (ฟอล เอาท์ ออฟ ลัฝ)
ความหมาย: หมดรัก / ความรู้สึกรักลดน้อยลงไปจนหมด
ตัวอย่าง: It is sad when two people slowly fall out of love after many years.
คำอ่านประโยค: อิท อิซ แซด เวน ทู พี-เพิล สโล-ลี ฟอล เอาท์ ออฟ ลัฝ อาฟ-เตอร์ เม-นี เยียร์ส์
แปลไทย: มันน่าเศร้าเหมือนกันนะเวลาที่คนสองคนค่อย ๆ หมดรักกันไปหลังจากคบกันมาหลายปี

8. On my way
คำอ่าน: (ออน มาย เวย์)
ความหมาย: อยู่ระหว่างทาง / กำลังไปหา
ตัวอย่าง: Don't worry, I am already on my way to the coffee shop.
คำอ่านประโยค: โดนท์ วอร์-รี, ไอ แอม โอล-เร-ดี ออน มาย เวย์ ทู เธอะ คอฟ-ฟี ช็อป
แปลไทย: ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางไปที่ร้านกาแฟแล้ว

9. Make up one's mind
คำอ่าน: (เมค อัพ วันส์ มายนด์)
ความหมาย: ตัดสินใจ / เลือกทางเลือก
ตัวอย่าง: You need to make up your mind about which shoes to buy.
คำอ่านประโยค: ยู นีด ทู เมค อัพ ยัวร์ มายนด์ อะ-เบาท์ วิช ชูส์ ทู บาย
แปลไทย: เธอต้องตัดสินใจได้แล้วนะว่าจะซื้อรองเท้าคู่ไหน

10. Pit stop
คำอ่าน: (พิท สต็อป)
ความหมาย: จุดพักรถ / ที่พักชั่วคราวระหว่างการเดินทาง (ในความสัมพันธ์หมายถึง คนแก้เหงาหรือทางผ่าน)
ตัวอย่าง: Let's make a quick pit stop at the gas station to buy some snacks.
คำอ่านประโยค: เล็ทส์ เมค อะ ควิก พิท สต็อป แอท เธอะ แก๊ส สเต-ชัน ทู บาย ซัม สแน็คส์
แปลไทย: แวะจุดพักรถที่ปั๊มน้ำมันแป๊บหนึ่งเพื่อซื้อขนมกันเถอะ

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "Call Out My Name – The Weeknd"

"Call Out My Name" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการเสียสละที่สูญเปล่า สะท้อนมุมมองของคนที่ทุ่มสุดตัวเพื่อชุบชีวิตจิตใจของใครอีกคน แต่สุดท้ายกลับค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่าตัวเองเป็นแค่สะพานให้เธอข้ามไป

เนื้อหาของเพลงเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่คนสองคนมาเจอกันในสภาพที่ฝ่ายหญิงแตกสลาย (broken place) ชายหนุ่มเข้าไปโอบอุ้มเยียวยา ยกย่องเธอไว้เหนือสิ่งอื่นใด และยอมรับเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ความผิดพลาดครั้งใหญ่คือเขาดันเอาหัวใจลงไปเล่นด้วยจนหมดหน้าตัก ในยามที่ชีวิตของเธอเจอกับมรสุมหรือช่วงเวลาที่ยากลำบาก (when times were rough) เขาคือคนเดียวที่คอยกอดคอยปกป้องเธอไว้ไม่ให้จมดิ่งลงไป ความรักที่เขามีมันเข้มข้นถึงขนาดที่ว่าเขาเกือบจะเฉือนชิ้นส่วนเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ (สื่อถึงการบริจาคไตในชีวิตจริงที่เป็นข่าวดัง) เพื่อต่อลมหายใจให้เธอได้มีชีวิตรอดต่อไป (almost cut a piece of myself for your life)

ทว่าเมื่อเธอหายดี จิตใจแข็งแรง และพร้อมที่จะก้าวเดินต่อ เธอกลับเลือกที่จะทิ้งเขาไว้ข้างหลังอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เขาตระหนักว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งหมดที่เขาทำมันเป็นแค่จุดพักรถชั่วคราว (just another pit stop) เพื่อให้เธอได้พักทำใจและเลือกทางเดินใหม่เท่านั้น สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือแม้ปากจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรและแกล้งโกหกทำเป็นเก่ง แต่ลึกๆ ในใจเขายังคงจมปลักอยู่กับความรักครั้งนี้ เขายังพร้อมที่จะวิ่งไปหาเธอในทันทีที่เธอเอ่ยปากเรียก (call out my name) แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่มีใจให้เขาแล้ว และขอร้องอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังให้เธออยู่ต่ออีกสักนิด อย่างน้อยก็รอให้เขาหมดรักเธอก่อน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเจียนตายอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างทุกคน 🎧

เพลง "Call Out My Name" ของ The Weeknd สะท้อนแง่มุมความรักที่แสนเจ็บปวดว่า “บางครั้งการทุ่มเทเยียวยาคนที่แตกสลาย ก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะอยู่กับเราในวันที่เขาหายดี” การยอมเป็นจุดพักรถชั่วคราวเพื่อให้ใครบางคนได้ก้าวต่อ ทิ้งไว้เพียงบาดแผลและเวลาที่เสียไปฟรีๆ แต่อย่างน้อยเพลงนี้ก็ช่วยระบายความอัดอั้นและมอบบทเรียนภาษาอังกฤษชั้นดีผ่านวลีที่ใช้เปรียบเปรยความสัมพันธ์ได้อย่างลึกซึ้ง หวังว่าทุกคนจะเข้าใจอินเนอร์ของเพลงและได้ศัพท์ใหม่ๆ ไปฝึกใช้กันนะ 🥀

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าซึ้ง ๆ หม่น ๆ กันใหม่ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: