ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562

คำแปล คำอ่านเพลง On My Way – Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko (ความหมาย เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับ 10 วลีน่ารู้!)

แนะนำ :
 กดเปิดเพลงไปด้วย ^^

ปลุกพลังความมั่นใจในตัวเองให้เต็มเปี่ยมแล้วมาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลกัน! วันนี้จะพาทุกคนมาแกะศัพท์และฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทเพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์สุดทรงพลังอย่าง "On My Way" ของ Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko เพลงนี้จะพาเราฉีกทุกกรอบความอ่อนแอ ก้าวข้ามความเจ็บปวด แล้วลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสง่างาม

เนื้อหาของเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ปฏิเสธความเห็นใจที่ฉาบฉวยจากคนอื่น แล้วเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวเองเพื่อออกเดินทางไปสู่ความสำเร็จตามเส้นทางที่เลือกเอง เป็นเพลงที่จังหวะสนุก ดุดัน อัดแน่นไปด้วยสำนวนภาษาอังกฤษที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและการพึ่งพาตัวเอง แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยเพื่อฝึกทักษะการฟังสำเนียงและจังหวะการร้องที่ลงตัว พร้อมแล้วลุยกันเลย 🚀🔥

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง On My Way – Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : On My Way + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

I'm sorry but, don't wanna talk
(ไอม์ ซอร์-รี บัท, โดนท์ วอน-นา ทอล์ก)
ฉันขอโทษนะ แต่ไม่อยากคุยด้วยเลย

I need a moment before I go, it's nothing personal
(ไอ นีด อะ โม-เมนท์ บี-ฟอร์ ไอ โก, อิทส์ นัธ-ธิง เพอร์-ซัน-เนิล)
ขอเวลาพักแป๊บก่อนจะไป ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรอก

I draw the blinds, they don't need to see me cry
(ไอ ดรอ เธอะ บลายนด์ส์, เดย์ โดนท์ นีด ทู ซี มี คราย)
ฉันดึงม่านลงมา คนอื่นไม่จำเป็นต้องเห็นฉันร้องไห้

'Cause even if they understand, they don't understand
(คอส อี-เวน อิฟ เดย์ อัน-เดอร์-สแตนด์, เดย์ โดนท์ อัน-เดอร์-สแตนด์)
เพราะต่อให้พวกเขาทำเป็นเข้าใจ ก็ไม่มีวันเข้าใจจริงหรอก

So then, when I'm finished
(โซ เด็น, เวน ไอม์ ฟิ-นิิชต์)
เพราะงั้นแหละ พอฉันจัดการตัวเองเสร็จ

I'm all 'bout my business and ready to save the world
(ไอม์ ออล บลาท์ มาย บิซ-เนส แอนด์ เร-ดี ทู เซฝ เธอะ เวิรล์ด)
ฉันจะโฟกัสแค่เรื่องของตัวเองและพร้อมกู้โลกใบนี้

I'm taking my misery, make it my bitch
(ไอม์ เท-คิง มาย มิส-เซอ-รี, เมก อิท มาย บิทช์)
ฉันจะเอาความทุกข์ระทมมาเหยียบย่ำให้จมดิน

Can't be everyone's favorite girl
(แคนท์ บี เอฝ-รี-วันส์ เฟ-เวอะ-ริท เกิร์ล)
เพราะฉันคงเป็นผู้หญิงโปรดของทุกคนไม่ได้หรอก

So take aim and fire away
(โซ เทก เอม แอนด์ ฟาย-เออร์ อะ-เวย์)
งั้นก็เล็งเป้าแล้วยิงเข้ามาได้เลย

I've never been so wide awake
(ไอฟ์ เน-เวอะ บีน โซ ไวด์ อะ-เวก)
ฉันไม่เคยตื่นตัวและตาสว่างขนาดนี้มาก่อน

No, nobody but me can keep me safe
(โน, โน-บอ-ดี บัท มี แคน คีพ มี เซฟ)
ไม่มีใครหน้าไหน นอกจากตัวฉันเองที่จะปกป้องฉันได้

And I'm on my way
(แอนด์ ไอม์ ออน มาย เวย์)
และตอนนี้ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว

The blood moon is on the rise
(เธอะ บลัด มูน อิซ ออน เธอะ ไรส์)
พระจันทร์สีเลือดกำลังลอยเด่นขึ้นฟ้า

The fire burning in my eyes
(เธอะ ฟาย-เออร์ เบิร์น-นิง อิน มาย อายส์)
เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาของฉัน

No, nobody but me can keep me safe
(โน, โน-บอ-ดี บัท มี แคน คีพ มี เซฟ)
ไม่มีใครหน้าไหน นอกจากตัวฉันเองที่จะปกป้องฉันได้

And I'm on my way
(แอนด์ ไอม์ ออน มาย เวย์)
และตอนนี้ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว

Blep, yah, yah
(เบล็บ, ยา, ยา)
(เสียงร้อง)

Farru
(ฟาร์-รู)
(ชื่อศิลปิน)

Yah-yah-yah-yah
(ยา-ยา-ยา-ยา)
(เสียงร้อง)

Lo siento mucho (Farru), pero me voy (Eh)
(โล สิ-เอน-โต มู-โช (ฟาร์-รู), เป-โร เม บอย (เอ))
ฉันเสียใจด้วยจริง ๆ แต่ฉันต้องไปแล้ว

Porque a tu lado me di cuenta que nada soy (Eh-ey)
(ปอร์-เก อา ตู ลา-โด เม ดี คู-เอน-ตา เก นา-ดา ซอย (เอ-เอย))
เพราะอยู่ข้างเธอแล้วทำให้รู้ว่าฉันไม่มีค่าอะไรเลย

Y me cansé de luchar y de guerrear en vano
(อี เม คัน-เซ เด ลู-ชาร์ อี เด เกร์-เร-อาร์ เอน บา-โน)
และฉันเหนื่อยที่จะสู้และก่อสงครามอย่างไร้ประโยชน์แล้ว

De estar en la línea de fuego y de meter la mano
(เด เอส-ตาร์ เอน ลา ลี-เน-อา เด ฟู-เอ-โก อี เด เม-เตร์ ลา มา-โน)
เหนื่อยที่ต้องอยู่แนวหน้าในดงกระสุนและคอยยื่นมือไปเสี่ยง

Acepto mis errores, también soy humano
(อา-เซ็พ-โต มิส เอส-โร-เรส, ตัม-บิ-เอน ซอย อู-มา-โน)
ฉันยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง ฉันก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง

Y tú no ves que lo hago porque te amo (Pu-pu-pu-pum)
(อี ตู โน เบส เก โล อา-โก ปอร์-เก เต อา-โม (ปู-ปู-ปู-ปุม))
และเธอไม่เคยเห็นเลยว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะฉันรักเธอ

Pero ya (Ya), no tengo más na' que hacer aquí (Aquí)
(เป-โร ยา (ยา), โน เทน-โก มาส นา เก อา-เซร์ อา-กี (อา-กี))
แต่พอที ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือให้ฉันทำที่นี่อีกต่อไปแล้ว

Me voy, llegó la hora 'e partir (Partir)
(เม บอย, เยว-โก ลา โอ-รา เอ ปาร์-ตีร์ (ปาร์-ตีร์))
ฉันไปนะ ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายจากกันแล้ว

De mi propio camino, seguiré lejos de ti
(เด มี โปร-ปิ-โอ คา-มี-โน, เซ-กิ-เร เล-โฮส เด ตี)
บนเส้นทางของฉันเอง ฉันจะเดินต่อไปให้ไกลแสนไกลจากเธอ

So take aim and fire away
(โซ เทก เอม แอนด์ ฟาย-เออร์ อะ-เวย์)
งั้นก็เล็งเป้าแล้วยิงเข้ามาได้เลย

I've never been so wide awake
(ไอฟ์ เน-เวอะ บีน โซ ไวด์ อะ-เวก)
ฉันไม่เคยตื่นตัวและตาสว่างขนาดนี้มาก่อน

No, nobody but me can keep me safe
(โน, โน-บอ-ดี บัท มี แคน คีพ มี เซฟ)
ไม่มีใครหน้าไหน นอกจากตัวฉันเองที่จะปกป้องฉันได้

And I'm on my way
(แอนด์ ไอม์ ออน มาย เวย์)
และตอนนี้ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว

The blood moon is on the rise (Is on the rise, na-na)
(เธอะ บลัด มูน อิซ ออน เธอะ ไรส์ (อิซ ออน เธอะ ไรส์, นา-นา))
พระจันทร์สีเลือดกำลังลอยเด่นขึ้นฟ้า (ลอยเด่นขึ้นฟ้า)

The fire burning in my eyes (The fire burning in my eyes, no)
(เธอะ ฟาย-เออร์ เบิร์น-นิง อิน มาย อายส์ (เธอะ ฟาย-เออร์ เบิร์น-นิง อิน มาย อายส์, โน))
เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาของฉัน (เปลวไฟที่ลุกโชนในดวงตา)

No, nobody but me can keep me safe
(โน, โน-บอ-ดี บัท มี แคน คีพ มี เซฟ)
ไม่มีใครหน้าไหน นอกจากตัวฉันเองที่จะปกป้องฉันได้

And I'm on my way
(แอนด์ ไอม์ ออน มาย เวย์)
และตอนนี้ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว

Blep
(เบล็บ)
(เสียงร้อง)

I'm on my way
(ไอม์ ออน มาย เวย์)
ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว

Everybody, everybody keep me safe
(เอฝ-รี-บอ-ดี, เอฝ-รี-บอ-ดี คีพ มี เซฟ)
ทุกคนต่างบอกว่าพวกเขาจะปกป้องดูแลฉันเอง

Everybody, everybody keep me safe
(เอฝ-รี-บอ-ดี, เอฝ-รี-บอ-ดี คีพ มี เซฟ)
ทุกคนต่างบอกว่าพวกเขาจะปกป้องดูแลฉันเอง

Everybody, everybody keep me safe
(เอฝ-รี-บอ-ดี, เอฝ-รี-บอ-ดี คีพ มี เซฟ)
ทุกคนต่างบอกว่าพวกเขาจะปกป้องดูแลฉันเอง

Everybody, everybody keep me safe
(เอฝ-รี-บอ-ดี, เอฝ-รี-บอ-ดี คีพ มี เซฟ)
ทุกคนต่างบอกว่าพวกเขาจะปกป้องดูแลฉันเอง

Everybody, everybody on my way
(เอฝ-รี-บอ-ดี, เอฝ-รี-บอ-ดี ออน มาย เวย์)
แต่ทุกคนจงหลีกไป เพราะฉันก้าวเดินตามทางของตัวเองแล้ว

So take aim and fire away
(โซ เทก เอม แอนด์ ฟาย-เออร์ อะ-เวย์)
งั้นก็เล็งเป้าแล้วยิงเข้ามาได้เลย

I've never been so wide awake
(ไอฟ์ เน-เวอะ บีน โซ ไวด์ อะ-เวก)
ฉันไม่เคยตื่นตัวและตาสว่างขนาดนี้มาก่อน

No, nobody but me can keep me safe
(โน, โน-บอ-ดี บัท มี แคน คีพ มี เซฟ)
ไม่มีใครหน้าไหน นอกจากตัวฉันเองที่จะปกป้องฉันได้

And I'm on my way
(แอนด์ ไอม์ ออน มาย เวย์)
และตอนนี้ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว

The blood moon is on the rise
(เธอะ บลัด มูน อิซ ออน เธอะ ไรส์)
พระจันทร์สีเลือดกำลังลอยเด่นขึ้นฟ้า

The fire burning in my eyes
(เธอะ ฟาย-เออร์ เบิร์น-นิง อิน มาย อายส์)
เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาของฉัน

No, nobody but me can keep me safe
(โน, โน-บอ-ดี บัท มี แคน คีพ มี เซฟ)
ไม่มีใครหน้าไหน นอกจากตัวฉันเองที่จะปกป้องฉันได้

And I'm on my way
(แอนด์ ไอม์ ออน มาย เวย์)
และตอนนี้ฉันกำลังออกเดินทางในเส้นทางของตัวเองแล้ว


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "On My Way – Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko"

1. Nothing personal
คำอ่าน: (นัธ-ธิง เพอร์-ซัน-เนิล)
ความหมาย: ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว / อย่าถือสากันเลย (ทำไปตามหน้าที่หรือสถานการณ์)
ตัวอย่าง: I have to cancel our dinner tonight, but it's nothing personal.
คำอ่านประโยค: ไอ แฮฝ ทู แคน-เซิล เอา-เออะ ดิน-เนอะ ทู-ไนท์, บัท อิทส์ นัธ-ธิง เพอร์-ซัน-เนิล
แปลไทย: ฉันจำเป็นต้องยกเลิกมื้อเย็นของเราคืนนี้ แต่มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือโกรธเคืองอะไรกันนะ

2. Draw the blinds
คำอ่าน: (ดรอ เธอะ บลายนด์ส์)
ความหมาย: ดึงม่านบังตาลง / ปิดม่าน (เพื่อความเป็นส่วนตัว)
ตัวอย่าง: It is too bright inside, so I decided to draw the blinds.
คำอ่านประโยค: อิท อิซ ทู ไบรท์ อิน-ไซด์, โซ ไอ ดี-ไซ-เด็ด ทู ดรอ เธอะ บลายนด์ส์
แปลไทย: แสงข้างในห้องมันจ้าเกินไป ฉันก็เลยตัดสินใจดึงม่านบังตาลงมาปิด

3. Mind one's own business
คำอ่าน: (มายด์ วันส์ โอน บิซ-เนส)
ความหมาย: สนใจแต่เรื่องของตัวเอง / ไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่น (ในเพลงใช้คำว่า All 'bout my business)
ตัวอย่าง: He should just mind his own business and stop asking about my salary.
คำอ่านประโยค: ฮี ชูด จัสท์ มายด์ ฮิซ โอน บิซ-เนส แอนด์ สต็อป อาส-กิง อะ-เบาท์ มาย แซ-ลา-รี
แปลไทย: เขาควรจะสนใจแต่เรื่องของตัวเองและเลิกถามเรื่องเงินเดือนของฉันซะที

4. Misery
คำอ่าน: (มิส-เซอ-รี)
ความหมาย: ความทุกข์ระทม / ความทนทุกข์ทรมาน
ตัวอย่าง: Loneliness can bring a lot of misery to people living alone.
คำอ่านประโยค: โลน-ลี-เนส แคน บริง อะ ล็อท ออฟ มิส-เซอ-รี ทู พี-เพิล ลิฝ-ฝิง อะ-โลน
แปลไทย: ความโดดเดี่ยวสามารถนำพาความทุกข์ระทมมาสู่คนที่อาศัยอยู่คนเดียวได้มากมาย

5. Take aim
คำอ่าน: (เทก เอม)
ความหมาย: เล็งเป้าหมาย / ตั้งเป้าโจมตี
ตัวอย่าง: The player took aim carefully before shooting the basketball.
คำอ่านประโยค: เธอะ เพล-เออร์ ทุค เอม แคร์-ฟูล-ลี บี-ฟอร์ ชูต-ติง เธอะ บาส-เก็ต-บอล
แปลไทย: ผู้เล่นเล็งเป้าอย่างระมัดระวังก่อนที่จะชู้ตลูกบาสเก็ตบอลออกไป

6. Fire away
คำอยาก: (ฟาย-เออร์ อะ-เวย์)
ความหมาย: เริ่มได้เลย / ยิงคำถามเข้ามาได้เลย (หรือใช้กับการสั่งให้ยิงกระสุน)
ตัวอย่าง: If you have any questions about the project, just fire away.
คำอ่านประโยค: อิฟ ยู แฮฝ เอน-นี เควส-ชันส์ อะ-เบาท์ เธอะ พรอ-เจ็คท์, จัสท์ ฟาย-เออร์ อะ-เวย์
แปลไทย: ถ้าคุณมีคำถามอะไรเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ ก็ลุยยิงคำถามเข้ามาได้เลยนะ

7. Wide awake
คำอ่าน: (ไวด์ อะ-เวก)
ความหมาย: ตื่นเต็มตา / ตาสว่าง / รู้เท่าทันสถานการณ์
ตัวอย่าง: I drank two cups of black coffee, so now I am wide awake.
คำอ่านประโยค: ไอ แดรงก์ ทู คัพส์ ออฟ แบล็ก คอฟ-ฟี, โซ นาว ไอ แอม ไวด์ อะ-เวก
แปลไทย: ฉันดื่มกาแฟดำไปสองแก้ว ตอนนี้ตาเลยสว่างตื่นเต็มตาเลยล่ะ

8. On one's way
คำอ่าน: (ออน วันส์ เวย์)
ความหมาย: อยู่ในระหว่างเดินทาง / กำลังไปตามเส้นทางของตัวเอง
ตัวอย่าง: Don't worry, I am already on my way to the meeting office.
คำอ่านประโยค: โดนท์ วอร์-รี, ไอม์ ออล-เร-ดี ออน มาย เวย์ ทู เธอะ มีต-ติง ออฟ-ฟิศ
แปลไทย: ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ฉันอยู่ระหว่างเดินทางไปที่ออฟฟิศประชุมแล้ว

9. On the rise
คำอ่าน: (ออน เธอะ ไรส์)
ความหมาย: กำลังเพิ่มขึ้น / กำลังรุ่งเรือง / กำลังลอยสูงขึ้น
ตัวอย่าง: Online shopping popularity is currently on the rise among youth.
คำอ่านประโยค: ออน-ไลน์ ช็อป-ปิง พอ-พิว-ลา-ริ-ที อิซ เคอร์-เรนท์-ลี ออน เธอะ ไรส์ อะ-มัง ยูธ
แปลไทย: ความนิยมในการช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คนรุ่นใหม่

10. In vain
คำอ่าน: (อิน เวน)
ความหมาย: ไร้ประโยชน์ / สูญเปล่า / ไม่มีผลลัพธ์ (ตรงกับภาษาสเปน en vano ในเพลง)
ตัวอย่าง: All our hard work went in vain because the event was cancelled.
คำอ่านประโยค: ออล เอา-เออะ ฮาร์ด เวิร์ก เวนท์ อิน เวน บี-คอส ดิ อี-เวนท์ วอส แคน-เซิลด์
แปลไทย: ความทุ่มเททำงานหนักทั้งหมดของเราต้องสูญเปล่าเพราะงานอีเวนต์ถูกยกเลิก

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "On My Way – Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko"

"On My Way" เล่าถึงความเด็ดเดี่ยวและการเลือกเดินออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ รวมถึงสถานการณ์ที่คนรอบข้างไม่ได้เข้าใจเราจริง ๆ เพื่อกลับมาพึ่งพาและปกป้องตัวเอง

เนื้อหาเปิดมาด้วยความรู้สึกอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ดึงม่านปิดเพื่อร้องไห้แบบไม่ต้องให้ใครเห็น เพราะรู้ดีว่าต่อให้คนอื่นพยายามจะเข้าใจ เขาก็ไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของเราจริง ๆ สิ่งที่ทำได้คือการเปลี่ยนความทุกข์ระทม (misery) ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน เลิกพยายามทำตัวให้เป็นที่รักของทุกคน แล้วหันมาโฟกัสที่เป้าหมายของตัวเอง ท่อนฮิตอย่างการบอกให้เล็งเป้าแล้วยิงเข้ามาได้เลย (take aim and fire away) สื่อถึงความสตรองขั้นสุดว่าเราตาสว่างแล้ว และไม่มีใครหน้าไหนจะปกป้องเราได้ดีเท่าตัวเราเอง (nobody but me can keep me safe) ในส่วนของ Farruko ได้เข้ามาเสริมอารมณ์เพลงในพาร์ทภาษาสเปนอย่างดุเดือด ยอมรับว่าตัดใจเดินออกมาเพราะอยู่ไปก็ไร้ค่า เสียเวลาต่อสู้ในดงกระสุนและทุ่มเทให้คนไม่เห็นค่า ถึงเวลาต้องก้าวไปตามทางของตัวเองแล้ว (on my way)

การใช้สัญลักษณ์อย่างพระจันทร์สีเลือด (The blood moon) และไฟในดวงตา ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เคยยอมหรือเคยเจ็บปวด กลายเป็นคนใหม่ที่มีพลังเต็มเปี่ยม พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกอย่างเพียงลำพัง โดยไม่สนคำพูดจอมปลอมของคนรอบข้างที่บอกว่าจะคอยปกป้องเรา ถือเป็นเพลงที่ปลุกพลัง Self-love และการพึ่งพาตัวเองได้อย่างชัดเจนและเป็นกันเองสุด ๆ 🐺🌕


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน 🎧

เพลง "On My Way" ของ Alan Walker, Sabrina Carpenter & Farruko ช่วยสะท้อนมุมมองชีวิตที่สตรองมาก ๆ ว่า “ในวันที่ไม่มีใครเข้าใจเรา สิ่งที่ดีที่สุดคือการหันกลับมารัก รักษาแผลใจ และเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง” การกล้าก้าวออกจากจุดที่ทำให้เราหมดคุณค่า แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าตามใจปรารถนา จะช่วยเปลี่ยนความอ่อนแอให้กลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด หวังว่าทุกคนจะได้รับพลังบวกเต็มเปี่ยมและได้คำศัพท์เฉียบ ๆ ไปฝึกใช้กันเยอะ ๆ นะคะ 🌟

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะคะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: