ค้นหาเพลงได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

คำแปล คำอ่านเพลง Home – Charlie Puth (ความหมาย เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกับ 10 วลีน่ารู้!)

แนะนำ :
 กดเปิดเพลงไปด้วย ^^

เตรียมปล่อยอารมณ์ไปกับความเหงาปนอบอุ่น และมาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลกันเลย วันนี้เราจะพาทุกคนมาแกะศัพท์และฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทเพลงป็อปความหมายดีอย่าง "Home" ของ Charlie Puth ศิลปินหนุ่มเสียงนุ่มละมุน เพลงนี้ถ่ายทอดความรู้สึกคิดถึงบ้าน คิดถึงคนรัก และความอ้างว้างในใจที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ 🏡✨

เนื้อหาเพลงนี้บอกเล่าเรื่องราวของคนที่แม้จะมีทุกอย่างเพียบพร้อม หรืออยู่ในสถานที่ที่สวยงามแค่ไหน แต่ถ้าขาดคนสำคัญไป สถานที่เหล่านั้นก็เป็นได้แค่สิ่งปลูกสร้างธรรมดา ไม่ใช่ "บ้าน" ที่แท้จริง เป็นเพลงที่นอกจากจะฟังกินใจแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยคำศัพท์และสำนวนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน รวมทั้งท่อนภาษาญี่ปุ่นที่เพิ่มเสน่ห์ได้อย่างลงตัว แนะนำให้เปิดเพลงคลอไปด้วยเพื่อฝึกทักษะการฟังสำเนียงที่ถูกต้อง พร้อมแล้วมาร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันเลย 💬

พร้อมแล้วไปเริ่มกันที่เนื้อเพลง คำอ่าน และคำแปลกันเลยค่ะ 💬

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากลพร้อมคำอ่านไทย

คำแปล คำอ่านเพลง Home – Charlie Puth feat. Hikaru Utada




 

คำแปลเพลงภาษาอังกฤษ : Home + คำอ่านไทย
ศิลปิน : Charlie Puth feat. Hikaru Utada
 #ควรเปิดเพลงฟังและฝึกร้องเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้อง

Through the rose-colored lenses (Lenses)
(ธรู เธอะ โรซ คัลเลอร์ด เลนเซส (เลนเซส))
มองผ่านมุมมองที่สวยงามเกินจริง

And the white picket fences (Fences)
(แอนด์ เธอะ ไวท์ พิคคิท เฟนเซส (เฟนเซส))
และรั้วบ้านสีขาวที่ดูสมบูรณ์แบบ

No matter how good this is, could never satisfy (Satisfy)
(โน แมตเทอร์ เฮา กูด ธิส อิซ, คุด เนเวอร์ แซทิสฟาย (แซทิสฟาย))
ไม่ว่าที่นี่จะดีแค่ไหน ก็ไม่เคยทำให้สุขใจได้เลย

When it's you that I'm missin' (Missin')
(เวน อิทส์ ยู แดท ไอม์ มิสซิน (มิสซิน))
ในเวลาที่ฉันกำลังคิดถึงแต่เธอแบบนี้

Now I sit in the kitchen (Kitchen)
(นาว ไอ ซิท อิน เธอะ คิทเชน (คิทเชน))
ตอนนี้ฉันได้แต่นั่งอยู่ในห้องครัว

Through the windowpane, I watch the day turn to night (Night)
(ธรู เธอะ วินโดว์เพน, ไอ วอทช์ เธอะ เดย์ เทิร์น ทู ไนท์ (ไนท์))
เฝ้ามองวันเวลาเปลี่ยนผ่านเป็นค่ำคืนทางหน้าต่าง

It ain't a mystery
(อิท เอนท์ อะ มิสทะรี)
มันไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรเลย

That every time you leave
(แดท เอเวอรี ไทม์ ยู ลีฝ)
ว่าในทุกครั้งที่เธอจากไป

That's when I feel the most alone, oh
(แดทส์ เวน ไอ ฟีล เธอะ โมสต์ อะโลน, โอ)
นั่นคือตอนที่ฉันรู้สึกอ้างว้างที่สุดในใจ

Ooh, don't you know
(อู, โดนท์ ยู โนว์)
โอ้ เธอไม่รู้บ้างเลยหรือไง

That you're the one who makes this house a home (House a home)
(แดท ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม (เฮาส์ อะ โฮม))
ว่าเธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

And so, when you go (When you go)
(แอนด์ โซ, เวน ยู โก (เวน ยู โก))
เพราะฉะนั้น พอเธอจากไป

It feels so cold without the soul
(อิท ฟีลส์ โซ โคลด์ วิธเอาท์ เธอะ โซล)
มันช่างเหน็บหนาวเหลือเกินเมื่อขาดจิตวิญญาณ

You're the one who makes this house a home
(ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม)
เธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

Mm, mm
(อืม, อืม)
อืม, อืม

Hitori no jikan mo daiji
(ฮิโตริ โนะ จิคัง โมะ ไดจิ)
การอยู่คนเดียวมันก็สำคัญแหละนะ

Darenimo dakyō sezu
(ดาเรนิโมะ ดาคโย เซซุ)
โดยที่ไม่ต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามใคร

Watashi dake no o shiro o kizuita
(วาตาชิ ดาเคะ โนะ โอะ ชิโระ โอะ คิซุอิตะ)
จนสร้างปราสาทที่มีเพียงแค่ฉันขึ้นมาได้

But it's you I was missin'
(บัท อิทส์ ยู ไอ วอส มิสซิน)
แต่สุดท้ายเธอนั่นแหละคือคนที่ฉันคิดถึง

Ni mainichi tadaima to iwa sete kudasai
(นิ ไมนิจิ ทาไดมะ โตะ อิวาเซเตะ คุดาไซ)
โปรดให้ฉันได้พูดคำว่ากลับมาแล้วนะในทุก ๆ วัน

Okonatterasha i
(โอกนัตเตะรัชไช)
และบอกฉันว่าเดินทางปลอดภัยนะ

Kimigainai kono-ka wa sukijanai
(คิมิไกไน โคโนะ-คะ วะ สุคิจาไน)
บ้านที่ไม่มีเธอน่ะ ฉันไม่ชอบมันเลย

Ooh, don't you know (Don't you know)
(อู, โดนท์ ยู โนว์ (โดนท์ ยู โนว์))
โอ้ เธอไม่รู้บ้างเลยหรือไง

That you're the one who makes this house a home (House a home)
(แดท ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม (เฮาส์ อะ โฮม))
ว่าเธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

And so (So), when you go (When you go)
(แอนด์ โซ (โซ), เวน ยู โก (เวน ยู โก))
เพราะฉะนั้น พอเธอจากไป

Natsu demo kogoe chai-sō
(นัตสึ เดโมะ โคโกเอะ ไช-โซ)
ต่อให้เป็นฤดูร้อนก็คงหนาวจนตัวสั่น

Kimi no nukumori gahome
(คิมิ โนะ นุคุมาริ กาโฮม)
ความอบอุ่นของเธอนั่นแหละคือบ้าน

Ooh, you're the one (You're the one)
(อู, ยัวร์ เธอะ วัน (ยัวร์ เธอะ วัน))
โอ้ เธอคือคนคนนั้น

You're the one who makes this house a home
(ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม)
เธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

House a home, house a home, house a home
(เฮาส์ อะ โฮม, เฮาส์ อะ โฮม, เฮาส์ อะ โฮม)
เปลี่ยนบ้านให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

You're the one, you're the one, oh
(ยัวร์ เธอะ วัน, ยัวร์ เธอะ วัน, โอ)
เธอคือคนเดียวคนนั้น โอ้

It ain't a mystery
(อิท เอนท์ อะ มิสทะรี)
มันไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรเลย

That every time you leave
(แดท เอเวอรี ไทม์ ยู ลีฝ)
ว่าในทุกครั้งที่เธอจากไป

That's when I feel the most alone, oh
(แดทส์ เวน ไอ ฟีล เธอะ โมสต์ อะโลน, โอ)
นั่นคือตอนที่ฉันรู้สึกอ้างว้างที่สุดในใจ

Atarimae ni nari-sōna toki
(อาตาริมาเอะ นิ นาริ-โซนา โทคิ)
ในเวลาที่ทุกอย่างเริ่มกลายเป็นความเคยชิน

Omoide shite hoshī
(โอโมอิเดะ ชิเตะ โฮชี)
ฉันอยากให้เธอช่วยจดจำมันไว้

Ooh, don't you know (Ooh, don't you know)
(อู, โดนท์ ยู โนว์ (อู, โดนท์ ยู โนว์))
โอ้ เธอไม่รู้บ้างเลยหรือไง

That you're the one who makes this house a home (Oh, you're the one)
(แดท ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม (โอ, ยัวร์ เธอะ วัน))
ว่าเธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

And so, when you go (When you go)
(แอนด์ โซ, เวน ยู โก (เวน ยู โก))
เพราะฉะนั้น พอเธอจากไป

It feels so cold without the soul (The soul)
(อิท ฟีลส์ โซ โคลด์ วิธเอาท์ เธอะ โซล (เธอะ โซล))
มันช่างเหน็บหนาวเหลือเกินเมื่อขาดจิตวิญญาณ

You're the one who makes this house a home
(ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม)
เธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

Aruhi rakuen de megasamete mo
(อารุฮิ ราคุเอน เดะ เมงาซาเมเตะ โมะ)
ต่อให้วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาบนสรวงสวรรค์

Kimi ga inakya nagai shinai ne
(คิมิ กา อินาคยะ นากาย ชิไน เนะ)
ถ้าหากไม่มีเธอก็คงอยู่ได้ไม่นานหรอกนะ

Don'na go u tei-te ni ire ttate
(ดอนนา โกะ อุ เทย์-เตะ นิ อิเร ตตาเตะ)
ต่อให้ได้ครอบครองคฤหาสน์หรูหราเพียงใด

Kimi ga inakya haribote-dōzen
(คิมิ กา อินาคยะ ฮาริโบเตะ-โดเซน)
ถ้าไม่มีเธอมันก็เป็นแค่โครงบ้านกลวง ๆ เท่านั้น

Oh, you're the one who makes this house a home
(โอ, ยัวร์ เธอะ วัน ฮู เมคส์ ธิส เฮาส์ อะ โฮม)
เธอคือคนเดียวที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นรังนอนอันอบอุ่น

You made this house a home, oh, oh, oh
(ยู เมด ธิส เฮาส์ อะ โฮม, โอ, โอ, โอ)
เธอสร้างบ้านหลังนี้ให้เป็นบ้านที่แท้จริง


🎓 10 วลี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้จากเพลง "Home – Charlie Puth"

1. Rose-colored lenses
คำอ่าน: (โรซ คัลเลอร์ด เลนเซส)
ความหมาย: การมองโลกในแง่ดีเกินไป / การมองเห็นแต่สิ่งสวยงามจนเกินจริง
ตัวอย่าง: When you are in love, you tend to see everything through rose-colored lenses.
คำอ่านประโยค: เวน ยู อาร์ อิน ลัฝ, ยู เทนด์ ทู ซี เอเวอรีธิง ธรู โรซ คัลเลอร์ด เลนเซส
แปลไทย: เวลาที่คุณมีความรัก คุณก็มักจะมองทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามเกินจริงไปหมด

2. White picket fence
คำอ่าน: (ไวท์ พิคคิท เฟนส์)
ความหมาย: รูปร่างหน้าตาของชีวิตที่สมบูรณ์แบบตามอุดมคติ (มักหมายถึงบ้าน ครอบครัว และความมั่นคง)
ตัวอย่าง: Many young couples dream of having a small house with a white picket fence.
คำอ่านประโยค: เมนี ยัง คัพเพิลส์ ดรีม ออฟ แฮฝวิง อะ สมอล เฮาส์ วิธ อะ ไวท์ พิคคิท เฟนส์
แปลไทย: คู่รักหนุ่มสาวหลายคู่ฝันที่จะมีบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ดูอบอุ่นสมบูรณ์แบบสักหลัง

3. Satisfy
คำอ่าน: (แซทิสฟาย)
ความหมาย: ทำให้พอใจ / ทำให้ตอบโจทย์ความต้องการ
ตัวอย่าง: A glass of cold water after a long run can satisfy your thirst instantly.
คำอ่านประโยค: อะ กลาส ออฟ โคลด์ วอเทอร์ อาฟเตอร์ อะ ลอง รัน แคน แซทิสฟาย ยัวร์ เธิร์สต์ อินสแตนท์ลี
แปลไทย: น้ำเย็น ๆ สักแก้วหลังจากวิ่งมาเหนื่อย ๆ สามารถดับกระหายให้คุณพอใจได้ทันที

4. Windowpane
คำอ่าน: (วินโดว์เพน)
ความหมาย: บานกระจกหน้าต่าง
ตัวอย่าง: Raindrops are sliding down the windowpane on this gloomy afternoon.
คำอ่านประโยค: เรนดรอปส์ อาร์ สไลดิง ดาวน์ เธอะ วินโดว์เพน ออน ธิส กลูมี อาฟเตอร์นูน
แปลไทย: หยดน้ำฝนกำลังไหลผ่านบานกระจกหน้าต่างในบ่ายที่แสนมืดครึ้มนี้

5. Mystery
คำอ่าน: (มิสทะรี)
ความหมาย: เรื่องลึกลับ / ปริศนาที่หาคำตอบไม่ได้
ตัวอย่าง: It is still a mystery to me how my cat managed to open the closed door.
คำอ่านประโยค: อิท อิซ สติล อะ มิสทะรี ทู มี เฮา มาย แคท แมเนจด์ ทู โอเพน เธอะ โคลซด์ ดอร์
แปลไทย: มันยังคงเป็นปริศนาสำหรับฉันว่าแมวของฉันมันเปิดประตูที่ปิดอยู่ได้ยังไง

6. Feel alone
คำอยาก: (ฟีล อะโลน)
ความหมาย: รู้สึกโดดเดี่ยว / รู้สึกอ้างว้างอ้างว้างในใจ
ตัวอย่าง: Even in a crowded shopping mall, you can sometimes feel alone.
คำอ่านประโยค: อีเฝิน อิน อะ คราวเดด ชอปปิง มอลล์, ยู แคน ซัมไทมส์ ฟีล อะโลน
แปลไทย: ต่อให้จะอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่คนพลุกพล่าน บางครั้งคุณก็สามารถรู้สึกโดดเดี่ยวได้

7. Make a house a home
คำอ่าน: (เมค อะ เฮาส์ อะ โฮม)
ความหมาย: เปลี่ยนบ้านที่เป็นแค่สิ่งปลูกสร้างให้กลายเป็นสถานที่ที่อบอุ่นและมีความหมาย
ตัวอย่าง: Good memories and laughter are the things that make a house a home.
คำอ่านประโยค: กูด เมมโมรีส์ แอนด์ ลาฟเทอร์ อาร์ เธอะ ธิงส์ แดท เมค อะ เฮาส์ อะ โฮม
แปลไทย: ความทรงจำดี ๆ และเสียงหัวเราะคือสิ่งที่จะเปลี่ยนบ้านหลังหนึ่งให้กลายเป็นที่ที่อบอุ่นหัวใจ

8. Soul
คำอ่าน: (โซล)
ความหมาย: จิตวิญญาณ / ส่วนสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้
ตัวอย่าง: She plays the piano with her whole soul, and everyone can feel it.
คำอ่านประโยค: ชี เพลย์ส เธอะ ปิอาโน วิธ เฮอร์ โฮล โซล, แอนด์ เอเวอรีวัน แคน ฟีล อิท
แปลไทย: เธอเล่นเปียโนด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของเธอ และทุกคนสัมผัสถึงมันได้

9. Inakya (Jap.) / Without
คำอ่าน: (อินาคยะ)
ความหมาย: ถ้าไม่มี... / หากขาดสิ่งนั้นไป
ตัวอย่าง: I cannot start my working day without a hot cup of black coffee.
คำอ่านประโยค: ไอ แคนนอท สตาร์ท มาย เวิร์กกิง เดย์ วิธเอาท์ อะ ฮอท คัพ ออฟ แบล็ก คอฟฟี
แปลไทย: ฉันไม่สามารถเริ่มต้นวันทำงานได้เลยหากขาดกาแฟดำร้อน ๆ สักแก้ว

10. Turn to
คำอ่าน: (เทิร์น ทู)
ความหมาย: เปลี่ยนเป็น / กลายสภาพเป็น
ตัวอย่าง: The green leaves will turn to yellow and red when autumn arrives.
คำอ่านประโยค: เธอะ กรีน ลีฝส์ วิล เทิร์น ทู เยลโลว์ แอนด์ เรด เเวน ออทัมน์ อะไรฝส์
แปลไทย: ใบไม้สีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีแดงเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง

📚 อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น?
ถ้าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงสากล หนังสือชุดนี้ช่วยเสริมพื้นฐานคำศัพท์ การออกเสียง และโครงสร้างประโยคที่เจอบ่อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบค่อยเป็นค่อยไป

💖 ความหมายของเพลง "Home – Charlie Puth"

เพลงนี้เล่าถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า House ที่หมายถึงสิ่งปลูกสร้างหรือตัวตึก กับคำว่า Home ที่หมายถึงบ้านอันอบอุ่นที่มีความหมายต่อจิตใจ ผ่านอารมณ์ของคนที่ต้องห่างไกลจากคนรัก

เนื้อหาของเพลงเปิดมุมมองให้เห็นภาพความสำเร็จหรือสถานที่ที่ดูสมบูรณ์แบบ (rose-colored lenses) เหมือนบ้านในฝันที่มีรั้วสีขาว (white picket fences) แต่ต่อให้สิ่งรอบตัวจะดีเลิศแค่ไหน มันกลับไม่สามารถเติมเต็มความสุขในใจได้เลย เพราะในใจคิดถึงแต่เธอที่อยู่ห่างไกล การต้องนั่งเหงาอยู่ในห้องครัวคอยมองเวลาเปลี่ยนผ่านไปวัน ๆ มันทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าทุกครั้งที่เธอจากไป ความอ้างว้างจะคืบคลานเข้ามาทับถมใจเสมอ การใส่ท่อนภาษาญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเน้นย้ำอารมณ์ให้ชัดขึ้นไปอีกว่า ถึงแม้ชีวิตคนเราจะต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อสร้างความมั่นคงหรือสร้างปราสาทของตัวเองขึ้นมา แต่สุดท้ายแล้วถ้าไม่มีคนให้พูดคำว่า "กลับมาแล้วนะ" หรือไม่มีคนคอยบอกว่า "เดินทางปลอดภัยนะ" สิ่งเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย แม้จะตื่นขึ้นมาบนสรวงสวรรค์หรือได้ครอบครองคฤหาสน์หรูหรา (haribote-dōzen) มันก็เป็นแค่โครงสร้างกลวง ๆ ที่ไม่มีชีวิตชีวา เพราะความอบอุ่นจากคนรักต่างหากคือสิ่งเดียวที่ชุบชีวิตให้บ้านเป็นบ้านที่แท้จริง (make this house a home)

แก่นของเพลงต้องการสื่อสารอย่างเรียบง่ายทว่าทรงพลังว่า "บ้านไม่ใช่สถานที่ แต่มันคือผู้คน" ต่อให้เราประสบความสำเร็จหรืออยู่ในที่ที่สวยงามเพียงใด หากขาดคนสำคัญที่คอยแชร์ความรู้สึกร่วมกัน สถานที่นั้นก็จะมีแต่ความเหน็บหนาวและว่างเปล่า ราวกับร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณ


✨ สรุปท้ายโพสต์
เป็นยังไงกันบ้างทุกคน 🎧

เพลง "Home" ของ Charlie Puth ช่วยเตือนสติเราในเรื่องความสัมพันธ์ได้ดีมาก ๆ ว่าสิ่งของนอกกาย ความหรูหรา หรือความสำเร็จในชีวิต อาจไม่มีค่าอะไรเลยถ้าวันหนึ่งเราหันกลับมาแล้วพบว่าไม่มีใครอยู่เคียงข้าง การมีใครสักคนเป็นเซฟโซน เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นใจเสมอยามที่กลับมา นั่นต่างหากคือความโชคดีที่แท้จริง หวังว่าทุกคนจะเข้าใจความหมายของคำว่าบ้านในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น และสนุกกับการเก็บศัพท์ภาษาอังกฤษไปฝึกใช้กันนะ 🌸

ถ้าใครชอบเพลงสากล อยากเข้าใจความหมาย และอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย 
ลองไปอ่าน >> “เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล” ต่อได้เลยที่ลิงก์นี้นะ  
มีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย💕 แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้าซึ้ง ๆ 🌸

>>ดูคลังเพลงสากลพร้อมคำอ่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่มีความคิดเห็น: